เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นักแสดงสาวญาญ่า (อุรัสยา เสปอร์บันด์) ได้บินลัดฟ้าไป เที่ยวมุมไบ กับสายการบินบางกอกเวย์ส ซึ่งนับเป็นการเดินทางไปเยือนประเทศอินเดียครั้งแรกของสาวญาญ่า นอกจากมุมไบแล้วยังมีโอกาสได้แวะไปที่เมืองออรังกาบาด (Aurangabad) อีกด้วย ที่สำคัญงานนี้สาวญาญ่ายังไม่ลืมที่จะแชร์ประสบการณ์ไปเที่ยวมุมไบ ผ่านภาพถ่ายให้แฟนๆ ที่เมืองไทยได้หายคิดถึงกัน ส่วนสาวญาญ่าได้ไปที่ไหนมาบ้างนั้น เราไปดูกันเลย

Elephanta Island

ที่เที่ยวมุมไบที่แรกที่สาวญาญ่าเช็กอินคือ เกาะเอเลแฟนตา (Elephanta Island) เกาะเล็กๆ ขนาดเพียง 2 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ริมทะเลอาหรับ สำหรับการเดินทางต้องไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ Gateway of India ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ตามรอยญาญ่าไปเที่ยวมุมไบ

Credit : https://www.instagram.com/urassayas/

ภายในเกาะแห่งนี้ เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อย่างหมู่บ้าน พิพิธภัณฑ์ และถ้ำจำนวนมาก ซึ่งสถานที่ยอดฮิตคือ ถ้ำเอเลแฟนตา (Elephanta Caves) เป็นถ้ำของศาสนาฮินดูสำหรับบูชาพระศิวะ ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 7 และ 8 ถูกรับรองให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ค.ศ. 1987 ลักษณะถ้ำเหมือนถูกเจาะเป็นรังมดเข้าไปในภูเขา ดูอลังการ และตามเสาถูกแกะสลักเป็นลวดลายตามศิลปะของอินเดีย ตามผนังถูกแกะเป็นรูปเทพองค์ต่างๆ คนที่ชอบศิลปะ ศาสนา หรือประวัติศาสตร์ คงอิ่มใจถ้าได้ไปเยือน ส่วนใครที่ไม่อิน ก็เดินขึ้นเขาไปดูปืนใหญ่ของเกาะฆ่าเวลาก็ได้ ซึ่งสาวญาญ่าก็ได้ถ่ายรูปตอนอยู่ที่ท่าเรือ Gateway of India มาให้ชมกันด้วย แค่เริ่มก็น่าตื่นเต้นแล้วสำหรับการเที่ยวมุมไบของสาวญาญ่าในครั้งนี้

ตามรอยญาญ่าไปเที่ยวมุมไบเที่ยวมุมไบ ตามรอยญาญ่า

The Ellora and Ajanta Caves

หากใครที่ตามอินสตาแกรมสาวญาญ่าอยู่ จะต้องเห็นภาพที่คล้ายๆ เมืองโบราณที่สร้างจากหิน อยู่ในหุบเขา และเห็นสาวญาญ่าเพียงตัวเล็กๆ อยู่กลางภาพ ภาพนั้นถ่ายที่ถ้ำเอลโลรา (Ellora Caves) นั่นเอง

ตามรอยญาญ่าไปเที่ยวมุมไบ

Credit : https://www.instagram.com/urassayas/

สำหรับวัดเอลโลรานั้นเป็นหนึ่งในวัดหินที่ใหญ่และมีความซับซ้อนที่สุดในโลก เกิดจากการขุดเจาะภูเขาเพื่อสร้างศาสนสถาน และเทวสถาน สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 9-12 ที่องค์การยูเนสโกยกให้เป็นมรดกโลก เป็นการรวมกันของ 3 ศาสนา คือ พุทธ ฮินดู และเชน มีทั้งหมด 34 ถ้ำ แบ่งเป็น พุทธ 12 ถ้ำ (ถ้ำที่ 1-12) ฮินดู 17 ถ้ำ (ถ้ำที่ 13-29) และเชน 5 ถ้ำ (ถ้ำที่ 30-34) พระเอกของที่แห่งนี้คือถ้ำที่ 16 จะเป็นวัดฮินดูที่อาคารทั้งหมดแกะสลักมาจากหินขนาดใหญ่เพียงก้อนเดียว วัดแห่งนี้ชื่อว่า วัดไกรลาส (Kailasa Temple) จะมีเสาหินขนาดใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ จัดเป็นถ้ำที่สวยงาม ยิ่งใหญ่ อลังการ รับรองว่าคุณต้องทึ่งในฝีมือของคนสมัยก่อนที่ยังไม่มีเครื่องมือทันสมัย แต่สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่จนได้รับการขนานนามว่าเป็น มหัศจรรย์แห่งพลังศรัทธาของ 3 ศาสนาในปัจจุบัน คู่ควรแก่การเป็นมรดกโลกจริงๆ และไหนๆ ก็มาเที่ยวมุมไบแล้ว ก็ลองแวะมาออรังกาบาดดู รับรองว่าคุ้ม

ตามรอยญาญ่าไปเที่ยวมุมไบ

Credit : https://www.instagram.com/urassayas/

ห่างออกไปประมาณ 100 กิโลเมตร จะพบกับสถานที่ในภาพที่สาวญาญ่าใส่ชุดคลุมสีฟ้านั่งอยู่บนก้อนหิน นั่นก็คือถ้ำอชันตา (Ajanta Caves)

ตามรอยญาญ่าไปเที่ยวมุมไบ

Credit : https://www.instagram.com/urassayas/

ถ้ำอชันตานั้นเป็นวัดถ้ำของศาสนาพุธ ที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างเมื่อ 193 ปีก่อนคริสต์ศักราช เนื่องจากพระภิกษุในสมัยนั้นเห็นว่าที่แห่งนี้ เงียบสงบ ห่างไกลผู้คน เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมกรรมฐาน เลยขุดเจาะภูเขาสร้างเป็นกุฏิ วิหาร และอยู่อย่างสันโดษ ภายในถ้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยงานแกะสลักหินเป็นองค์เจดีย์ พระพุทธรูป ภาพจิตรกรรมฝาผนัง เกี่ยวกับเรื่องราวในพุทธประวัติ และชาดก เป็นถ้ำที่มีความสวยงาม มหัศจรรย์ไม่แพ้ถ้ำเอลโลรา จนได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1983 ถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า ไหนว่าเที่ยวมุมไบ แต่ทำไมที่เที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในออรังกาบาด ตอบได้แค่ว่า “ทำไงได้ ก็สาวญาญ่าเค้ามาอะ”

ตามรอยญาญ่าไปเที่ยวมุมไบ

Credit : https://www.instagram.com/urassayas/

ตามรอยญาญ่าไปเที่ยวมุมไบ

Mini Taj Mahal

จะเที่ยวมุมไบ หรือเที่ยวออรังกาบาดก็ไม่สำคัญ ประเด็นคือเราตามญาญ่า! สถานที่สุดท้ายที่สาวญาญ่าเช็กอินอาจทำให้บางคนต้องฉงน เพราะเชื่อว่าทุกคนคงจะรู้จักทัชมาฮาลที่อยู่ในเมืองอัครา แต่บางคนก็ไม่รู้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวอินเดียไม่ได้มีทัชมาฮาลที่เดียว

ตามรอยญาญ่าไปเที่ยวมุมไบ

Credit : https://www.instagram.com/urassayas/

ครั้งนี้สาวญาญ่าเลยพาทุกคนมารู้จักกับ Mini Taj Mahal หรือชื่อจริงๆ คือ บีบี กา มาคบารา (Bibi Ka Maqbara) ซึ่งแปลว่า สุสานท่านหญิง เนื่องจากเป็นสถานที่ฝังศพของจักรพรรดินี ราบิยะ อุด-ดูรานี (Rabia ud-Durani) มารดาของ พระเจ้าอซัม ซาห์ (บุตรของพระเจ้าออรังเซบ) ผู้สร้าง บีบี กา มาคบารา ตั้งอยู่ที่เมืองออรังกาบาดห่างออกไป 3 กิโลเมตร มองผ่านๆ รูปร่างอาจคล้ายกับทัชมาฮาล แต่ถ้ามองดีๆ จะเห็นว่าโดมมีขนาดเล็กกว่า แคบกว่า เหตุเพราะบีบี กา มาคบารานั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทัชมาฮาล แต่เงินคงคลังมีไม่มากเท่าตอนที่พระเจ้าชาห์ชะฮัน (บิดาของพระเจ้าออรังเซบ) สร้างทัชมาฮาล ที่สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง เป็นเหตุให้ บีบี กา มาคบารา มีส่วนที่เป็นหินอ่อนแค่ตรงโดมและพื้นโถงด้านล่างเท่านั้น ถึงภายนอกจะแตกต่างกัน ทั้งสองสถานที่ก็ยังมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ นั่นคือเกิดจากความรักเหมือนกัน ความรักของพระเจ้าอซัม ซาห์ ที่มีต่อผู้เป็นแม่นั่นเอง

ตามรอยญาญ่าไปเที่ยวมุมไบ

สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปชมความมหัศจรรย์ของถ้ำมรดกโลกเหล่านี้ หรือต้องการไป เที่ยวมุมไบ สามารถเช็คโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินได้ที่ : http://www.bangkokair.com/DestinationGuide/view/10