มุมไบ

‘เราว่าความเมืองของอินเดียมันมีเสน่ห์’ มุมไบคือเมืองที่เที่ยวง่าย ไม่ต้องเตรียมใจมาก จะไม่ได้มาเจอความพีคเพราะมันแปลกแต่เพราะมันงาม มุมไบคือเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดีย ศูนย์กลางเศรษฐกิจ ที่ตั้งตลาดหุ้น แหล่งของ Bollywood เป็นอินเดียที่คลุกเคล้าความเวสเทิร์น พี่แขกสาวนัยน์ตาคมพากันแต่งตัวตามสมัยนิยม

shutterstock_292058276

มุมไบคือเมืองที่ไม่ใช่มาเพื่อเที่ยวในสไตล์ใดสไตล์นึงที่มันสุดโต่ง ไม่ได้วัดจ๋า ธรรมชาติสุด แต่มุมไบคือเมืองที่ครบรสผสมความเอเชียนิด ๆ ตะวันตกหน่อย ๆ แล้วเบลนออกมาเป็นเมืองที่ศิวิไลซ์ของอินเดียแต่ไม่ทิ้งรากความแขก

shutterstock_1555969529

มุมไบคือเมืองที่เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งจะหัดเที่ยวอินเดีย ไม่พิลึกมาก แต่ทันสมัย ตึกสวยและโมเดิร์น บินตรงจากกรุงเทพไปลงมุมไบแล้วเที่ยวได้เลย ยิ่งถ้าจองตั๋วเครื่องบินไปมุมไบกับบางกอกแอร์เวย์ส เพื่อน ๆ ก็จะได้รับฟรี! น้ำหนักกระเป๋า 20 กิโล + ฟรี! อาหารร้อนบนเครื่อง + ฟรี! เลือกที่นั่ง + ฟรี! เข้าใช้ห้องรับรองก่อนขึ้นเครื่อง (ทุกชั้นโดยสาร) เช็กราคาตั๋วเครื่องบินก่อนได้ที่ Bangkok Airways

shutterstock_1564384963

shutterstock_1564384966

เอาล่ะ! มาดูกันดีกว่าว่า มุมไบ มีที่เที่ยวอะไรรอให้เธอไปตามรอยกันได้ง่าย ๆ และไม่เสียเที่ยวที่จะมาบ้าง :)

 

Gateway of India (ประตูสู่อินเดีย)

ประตูสู่อินเดีย

มุมไบมีประตูที่สร้างด้วยหินบะซอลต์สูง 26 เมตรไว้คอยต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เป็นสัญลักษณ์ที่แขกจะเห็นเป็นอย่างแรกถ้าเดินทางมาทางทะเลอาหรับเพราะประตูนี้สร้างขึ้นริมฝั่งทะเลอาหรับฉลองเนื่องในโอกาสที่พระเจ้าจอร์จที่ 5 และสมเด็จพระราชินีแมรี่เสด็จมาเยือนในปี ค.ศ. 1911

นี่คือประตูที่ชาวเมืองมองด้วยความปลื้มปริ่มเพราะตอนที่อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษ ทหารของอังกฤษหน่วยสุดท้ายได้เดินทางออกจากอินเดียที่ประตูนี้เมื่อ ค.ศ. 1948 มาเดินเล่น เสพวิวเมืองท่าและทะเลอาหรับ ถ่ายรูปให้พอเป็นที่ระลึกว่ามุมไบจ๋า…เรามาถึงแล้วจริง ๆ นะ :)

โรงแรม Taj Mahal Palace

ใกล้ ๆ Gateway of India ระยะเดินเท้าไม่ถึง 100 เมตรคือที่ตั้งของ Taj Mahal Palace Hotel โรงแรมหรูหรา 5 ดาวผสานสถาปัตยกรรมระหว่างฮินดูกับมุสลิมได้สวยแบบไม่ขัดหูขัดตา โรงแรมนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในมุมไบมากเลยนะ เคยรองรับแขกคนสำคัญทั้งประธานาธิบดี คนดังจากหลากแวดวง ราคาห้องพักต่อคืนประมาณหนึ่งหมื่นบาทถ้วน มีระเบียงที่มองลงมาเห็น Gateway of India ใครชอบความหรูหราและเงินถึง นี่คือที่พักที่ไม่ได้ใหม่สุดแต่ดังสุดในมุมไบ

shutterstock_1047112186

8

 

Mani Bhavan Gandhi Museum (พิพิธภัณฑ์มนีภวันคานธี)

พิพิธภัณฑ์มนีภวันคานธี

นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต มันไม่ใช่การจำลองสถานที่แล้วจัดวางสิ่งของ แต่นี่คือบ้านที่มหาตมะ คานธี เคยอาศัยอยู่ในช่วง ค.ศ. 1917-1934 ท่านคือนักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพและเอกราชของอินเดีย บ้าน 3 ชั้นแห่งนี้ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่ถึงจะเล็กแต่แฝงไปด้วยความหลัง กลิ่นอายและความทรงจำของมหาบุรุษผู้นำเอกราชคืนสู่ดินแดนภารตะ

ภายในพิพิธภัณฑ์คานธีบอกเล่าเรื่องราวชีวิตและจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ของท่าน รวมถึงห้องหับต่าง ๆ ที่ท่านเคยพักอาศัย มีห้องสมุดที่จัดแสดงรูปปั้นของท่านคานที แกลเลอรี่ภาพถ่ายของคานธีตั้งแต่สมัยเด็ก แม้แต่ฟูกที่นอนที่ท่านเคยใช้ก็ยังเก็บไว้จัดแสดงให้เราได้เห็น เรารู้มาว่าอดีตประธานาธิบดีโอบามาก็เคยมาเยี่ยมชมที่นี่ด้วยนะ บรรยากาศรอบบ้านก็มีต้นไม้เยอะ ร่มรื่น เดินมาเที่ยวได้สบาย ๆ เลยล่ะ

10

 

Chhatrapati Shivaji Terminus (สถานีรถไฟฉัตรปตี ศิวาจี)

11

เดิมชื่อ Victoria Terminus นี่คือสถานีรถไฟที่มีคนมาใช้บริการหนาแน่นที่สุดในอินเดีย ฟังแล้วไม่ต้องตกใจนะ มันไม่ได้น่ากลัวแบบที่คิด เพราะส่วนใหญ่เราจะยืนอยู่ด้านนอกแล้วมองสถานีรถไฟในภาพมุมกว้างมากกว่า แต่ถึงจะเข้ามาข้างใน ที่นี่ก็ยังสวยสะกดจิตเกินความคาดหวัง สถานีรถไฟฉัตรปตี ศิวาจี ยกระดับภาพจำในความคิดว่าสถานที่แบบนี้ก็เป็น Instagrammable spot ได้ การก่อสร้างสถาปัตยกรรมในแบบวิคตอเรียโกธิคกับงานศิลปะแบบอินเดียทำให้ Victoria Terminus เป็นสถานีรถไฟที่โก้หรูที่สุดในอินเดีย เก๋จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO

12

สถานีรถไฟฉัตรปตี ศิวาจี จะแลดูสวยฟรุ้งฟริ้งเป็นพิเศษในตอนกลางคืน มาตอนกลางคืนนอกจากจะไม่ร้อนแล้วยังได้เห็นตัวอาคารเล่นไฟแบบนี้ด้วยนะ เหมือนวังเก่าแก่แสนอลังการในหนังสักเรื่อง กลับไปจะได้โม้กับเพื่อนได้ว่า นี่ไปอินเดียมาได้ขนาดนี้เลย เชื่อไหม? ><

สถานีรถไฟฉัตรปตี ศิวาจี

 

Prince of Wales Museum (พิพิธภัณฑ์แห่งเวลล์)

พิพิธภัณฑ์แห่งเวลล์

พิพิธภัณฑ์ที่มุมไบส่วนมากจะงานดี อย่างที่นี่ก็จะงานดีสุด สถาปัตยกรรมงาม สวยจนตาค้างตั้งแต่ยังไม่เข้าไปข้างใน มีสวนหญ้ากว้างขวางที่เขียวตลอดปีเพราะดูแลดี เรานำประวัติมาฝากเพื่อน ๆ กันพอกรุบกริบว่า รากฐานหินที่ก่อสร้างที่แห่งนี้ถูกวางลงโดยเจ้าชายแห่งเวลส์ในปี ค.ศ. 1905 นี่ละมั้งคือเหตุผลว่าทำไมมันถึงชื่อว่าพิพิธภัณฑ์แห่งเวลล์ ที่นี่คืออีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างงานศิลป์ที่รวมความอินเดีย อังกฤษและโมกุลสไตล์เข้าไว้ด้วยกัน ก่อร่างสร้างออกมาเป็น 1 ในมรดกทางวัฒนธรรมเก่าแก่ของอินเดียได้สวยงามที่สุด

shutterstock_668744941

ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งเวลล์จัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ยาวนานของอินเดียไว้กว่า 50,000 ชิ้น มารู้จักให้ลึกถึงอดีตของอินเดียในสถานที่ที่สวยทั้ง interior และ exterior แล้วเธอจะผูกพันกับที่นี่มากขึ้น :)

15

shutterstock_668744995

16

 

St. Andrew’s Church (โบสถ์ เซนต์แอนดรู)

โบสถ์ เซนต์แอนดรู มุมไบ

มุมไบทำยังไงให้ 1 ในโบถส์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองแลดูไม่เก่าเลย555 ภายนอกดูเหมือนสร้างเมื่อปีที่แล้วแต่ความจริงคือสร้างมา 400 กว่าปีแล้วจ้ะ แถมยังขลังขึ้นไปอีกด้วยสตอรี่ที่ว่าที่นี่คือโบถส์แห่งเดียวในย่าน Bandra จนถึงศตวรรษที่ 17 ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่พักพิงให้ใจสงบของชาวคริสต์แต่ยังดูแลเด็กจรข้างถนนหลายคนด้วยอะ น่าปลาบปลื้มเนอะ :)

 

Basilica of Our Lady of The Mount (โบสถ์ Mt. Mary Church)

โบสถ์ Mt. Mary Church มุมไบ

ตามมาติด ๆ กับอีกโบถส์งามที่ความเก่าแก่ทำอะไรไม่ได้ อายุอานามก็เกือบ 400 ปี แต่ก็มีการบูรณะเป็นระยะ โบถส์ Mt. Mary Church คือโบถส์โรมันคาทอลิกที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาพระแม่มารีย์ แถมยังมีดีกว่าที่วิวงาม ๆ ของทะเลอาหรับเพราะโลเคชันตั้งอยู่บนเขา เราได้ยินมาว่าที่นี่มีพลังช่วยเยียวยาเหล่านักแสวงบุญได้อย่างน่าอัศจรรย์ อยากขอพรให้สมหวังก็ต้องตั้งจิตให้แน่วแน่ แล้วพรที่พวกเธอขอจะเป็นจริง จริงไหมไม่รู้ แต่แวะมาหน่อยก็ไม่เสียดายเวลาอะ555

 

Jehangir Art Gallery (หอศิลป์เจฮางจี)

หอศิลป์เจฮางจี มุมไบ

ทริปอินเดียแบบได้ซึมซับงานศิลป์ก็ต้องนี่แหละมุมไบ หลบแดดร้อนมาเข้าห้องแอร์เสพงานศิลป์อินเดียนอาร์ทแบบสมัยนิยมกันที่หอศิลป์เจฮางจี ข้างนอกอาจดูเหมือนผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควรเพราะหอศิลป์แห่งนี้ถูกสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1952 จนตอนนี้ก็ปาไปเกือบ 70 ปีแล้วอะ ดูเป็น Art Gallery ที่มีประวัติและอยู่คู่บ้านคู่เมืองมานาน555

นอกจากจะมาเดินดูของสวยงามรังสรรค์จากจากศิลปินมากความสามารถหลากหลายแขนง ที่นี่ยังจัดโปรแกรมการบรรยาย เวิร์ปช็อป การสนทนาอย่างออกรสออกชาติเกี่ยวกับศิลปะประเภทต่าง ๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะเข้าไม่ถึงนะเพราะที่นี่มันไม่ได้ deep จนเข้าถึงยากเพราะเค้าจัดมาให้คนธรรมดาก็เข้าใจได้ง่าย ๆ จ้า

20

 

Dhobi Ghat (ลานซักผ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก)

Dhobi Ghat ลานซักผ้ามุมไบ

ที่อื่นอาจมีจัดทัวร์ปราสาทใหญ่โตหรูหรา แต่ที่นี่คือมุมไบ การมาเห็นสิ่งแปลก ๆ ก็นับว่าเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวต่างแดนที่น่าสนใจได้เหมือนกัน เรากำลังพูดถึง Dhobi Ghat ลานซักผ้าแบบเปิดโล่งที่ใหญ่ที่สุดโลก ที่นี่เค้าทำกันเป็นอาชีพจริงจัง มีการรวมกลุ่มก่อตั้งกันมากว่า 140 ปี เธอสามารถยืนมองได้จากชั้นบนลงไปแล้วเห็นลานล้างน้ำที่สร้างด้วยคอนกรีตกว่า 700 บ่อ คนซักผ้ากว่า 10,000 คนต่อวัน โดยเค้าจะทุบเสื้อผ้าซ้ำ ๆ บนก้อนหินเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออก แล้วล้างให้สะอาด ตากแดดจนแห้ง แล้วส่งกลับคืนเจ้าของ ผ้าที่รับก็มาจากโรงแรม โรงพยาบาล และอุตสาหกรรมอื่น ๆ

shutterstock_621474629

shutterstock_1067122091

 

Haji Ali Dargah (มัสยิดกลางน้ำฮาจิอาลี)

มัสยิดกลางน้ำฮาจิอาลี มุมไบ

ไม่ใกล้ไม่ไกลจาก Dhobi Ghat ระยะทางห่างออกมาแค่ 3-4 โล เพื่อน ๆ จะเจอกับมัสยิดที่มีชื่อเสียงที่สุดของมุมไบ นี่คือมัสยิดที่สวยตั้งแต่ทางเดินคอนกรีตจากฝั่งที่ปูยาวไปจนถึงตัวสถาปัตยกรรมอินโด-อิสลาม

เสพวิวทะเลอาหรับ มองมุมไบในมุมที่ชิลกว่าเดิม แล้วเตรียมใจให้สงบไปสักการะร่างของนักบุญผู้ล่วงลับที่ชื่อว่า Pir Haji Ali Shah Bukhari (เปียร์ฮาจิอาลี)

22

23

มัสยิดกลางน้ำแห่งนี้มีตำนานที่น่าสนใจเกี่ยวกับชีวิตของท่านเปียร์ฮาจิอาลที่เล่าต่อกันมาว่า Haji คือพ่อค้าชาวมุสลิมผู้เดินทางไปแสวงบุญที่เมกกะ แล้วเผอิญเสียชีวิตลงที่นั่นแต่ศพของท่านก็ลอยทะเลกลับมายังมุมไบตรงจุดนี้ ผู้คนเลยเชื่อกันว่าท่านเป็นนักบุญ จึงได้สร้างมัสยิดแห่งนี้เพื่อเก็บร่างของท่านไว้

24

 

Elephanta Caves  (ถ้ำเอเลแฟนต้า)

 ถ้ำเอเลแฟนต้า มุมไบ

อย่างที่เราเกริ่นบอกว่าทริปมุมไบ เป็นอะไรที่ครบรส ไม่จำเป็นต้องอุดอู้อยู่แต่ในเมือง นั่งเรือข้ามฟากทะเลไป explore เกาะเอเลแฟนต้าที่อยู่ห่างไปเกือบ 10 กม. ใช้เวลานั่งเรือราว ๆ 1 ชม. แต่เชื่อสิโอกาสที่เธอจะมานั่งเรือแล่นไปมาในทะเลอาหรับคงไม่ได้มีบ่อยหรอก เราจึงถือโอกาสนี้ไปเยี่ยมชมอีกหนึ่งมรดกโลกขององค์การ UNESCO กันที่ Elephanta Caves (ถ้ำเอเลแฟนต้า) พอเดินทางมาถึงเกาะ เพื่อน ๆ จะเลือกเดินไปตีนเขาก็ได้ หรือถ้าเมื่อย เค้าก็มีบริการรถไฟรางที่น่ารักจนดูเหมือนของเล่นแต่กลับนั่งได้จริงพาขึ้นไปยังที่ราบสูง 120 ขั้นด้วยนะ

25

Elephanta Caves เป็นเหมือนถ้ำศักดิ์สิทธิ์อารมณ์เหมือนวัดถ้ำบ้านเรา และมันไม่ใช่ถ้ำเดียว แต่กลับมีการขุดค้นพบถ้ำถึง 7 แห่ง เป็นถ้ำหินบะซอลต์ทั้งหมด ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของอินเดียมีรูปร่างหน้าตายังไง ที่นี่คือคำตอบ

26

ภายใน Elephanta Caves มีวัตถุโบราณและโครงสร้างใหญ่โตโอ่อ่า เธอสามารถเดินเข้าไปในห้องโถงที่มีเสาขนาดมหึมาแล้วชื่นชมสถาปัตยกรรมในศตวรรษที่ 6 และ 7 ไปพร้อม ๆ กับสักการะรูปปั้นพระศิวะสามเศียรขนาดใหญ่ซึ่งก็ถูกประดิษฐานอยู่ในนั้น

shutterstock_1062786767

 

Fashion Street (แหล่งช้อปปิ้งท้องถิ่นของคนมุมไบ)

Fashion Street มุมไบ

ว่าด้วยเรื่องช้อปปิ้ง จะไม่ได้มาแนะนำห้างหรูหราอะไรหรอกนะ เพราะแบบนั้นที่ไหนก็มี แต่เราอยากให้เพื่อน ๆ ได้เปิดประสบการณ์มาดูของต่างบ้านต่างเมือง ไม่ได้เน้นมาซื้อหรอกแต่เน้นมาดูมากกว่าว่าหนุ่มสาวชาวมุมไบเค้าซื้อเสื้อผ้ากันที่ไหน บรรยากาศแบบที่คนท้องถิ่นเค้าเจรจาค้าขายเป็นยังไง และที่ Fashion Street นั้นได้รวบรวมร้านค้าขายสินค้าแฟชั่นริมทางกว่า 385 ร้าน อยู่ใกล้ ๆ กับลาน Azad Maidan เดินมาได้ไม่กี่ร้อยเมตร อ้อ แล้วถ้าจะไปเพื่อซื้ออะไร อย่าลืมพกปากไปด้วย ต่อรองได้เลยเพราะที่นี่อะขึ้นชื่อเรื่องการต่อรองราคาสุด ๆ

Mumbai University มุมไบ

จบทริปมุมไบสวย ๆ กับสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของ Mumbai University ที่ถูกสร้างตั้งแต่สมัย ค.ศ. 1857

ก็อย่างที่บอกแหละ มามุมไบไม่ได้แย่อย่างที่คิด เมืองเค้าเจริญ ตึกหลายแห่งก็สวยงามตามอิทธิพลที่ได้รับ มันจึงไม่ได้อินเดียจ๋า แต่เป็นอินเดียที่ปนความเวสท์ คนเริ่มหัดเที่ยวอินเดียก็เที่ยวได้ ไม่ช็อค แถมยังบินตรงกับบางกอกแอร์เวย์สไปลงมุมไบได้สะดวกสุด ๆ ยิ่งใช้เวลาบิน 4-5 ชม. ด้วยแล้ว การเลือกบินฟูลเซอร์วิสก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสุด เพราะมีอาหารร้อนเสิร์ฟ เครื่องลงแล้วไม่หิวจนตาลายเริ่มเที่ยวไม่ถูก เข้าไปเช็กราคา กรุงเทพฯ-มุมไบ ก่อนได้ที่ Bangkok Airways