ไปชมสถานที่เที่ยวเชียงใหม่และลำปางมาแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำสถานท่องเที่ยวของจังหวัดทางภาคเหนืออีกหนึ่งแห่งที่ได้รับฉายาว่า เมืองสามหมอก นั่นก็คือจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับฉายาว่า เมืองสามหมอก เพราะมีหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี รายล้อมไปด้วยภูเขาและทิวทัศน์ที่ตระการตามากมาย ยิ่งกำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้ว เราเลยจะมาบอกสถานที่ท่องเที่ยวบน ดอยแม่ฮ่องสอน พร้อมรับความหนาวเย็นแบบฟินๆเที่ยวได้แบบเพลินๆ สำหรับคนรักธรรมชาติ ชอบขึ้นเขาขึ้นดอยและคนที่กำลังวางแผนจะมา เที่ยวแม่ฮ่องสอน ไม่ควรพลาด

ชมทุ่งบัวตอง บนดอยแม่อูคอ

ดอยแม่ฮ่องสอน

ตื่นตาตื่นใจกับสีสันพรรณไม้เหลืองอร่าม ณ ทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นสถานที่ เที่ยวดอยแม่ฮ่องสอน แห่งหนึ่งซึ่งคึกคักเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว เพราะดอกบัวตองจะบานสะพรั่งพร้อมกันในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม นับเป็นทุ่งดอกบัวตองที่ใหญ่และสวยที่สุดในประเทศไทย โดย 1 ปี จะมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปบริเวณยอดดอยซึ่งมีความสูง 1,600 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เพื่อชมทุ่งบัวตองในจุดไฮไลท์ สามารถไปแบบเช้า-เย็นกลับ หรือ กางเต็นท์นอนบนยอดดอยก็ได้ หากโชคดีอาจจะได้ชมการแสดงดนตรีพื้นบ้านของคนท้องถิ่น และคุณยังสามารถแว๊บไปเที่ยวน้ำตกแม่อูคอ ซึ่งอยู่ใกล้ๆได้อีกด้วย เป็นหนึ่งใน ดอยแม่ฮ่องสอน ที่ห้ามพลาดเลยจริงๆ

การเดินทาง : ใช้เส้นทาง อำเภอขุนยวม ตามเส้นทางหมายเลข 108 ก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ 1 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายตามทางหลวงสาย 1263 เพื่อเข้าสู่ทุ่งบัวตองอีก 26 กิโลเมตร

ชมทะเลหมอก ณ ม่อนหยุนไหล

ดอยแม่ฮ่องสอน

เป็นจุดชมทะเลหมอกสุดตระการตาที่มีเอกลักษณ์ด้วยชื่อสไตล์จีน ดอยแม่ฮ่องสอน แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสันติชล ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็น ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ที่มีจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุด ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากอากาศหนาวเย็นอันเป็นเสน่ห์ของที่นี่ บนจุดชมวิวม่อนหยุนไหล คุณสามารถมองเห็นตัวเมืองปาย และสายหมอกที่รวมตัวกันเป็นก้อนไหลเหมือนสายน้ำท่ามกลางหุบเขาได้อย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางขึ้นไปจุดชมวิวทะเลหมอกหยุนไหล ในช่วงเวลา 05.30 น. เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด และรอชมแสงแรกจากพระอาทิตย์อันอบอุ่นในยามเช้า ได้บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ ด้านบนจุดชมวิวมีบ่อน้ำสำหรับใช้ในการบริโภคที่ไหลลงสู่ด้านล่างของภูเขาด้วย และที่พลาดไม่ได้เลยคือ การแชะภาพกับป้ายจุดชมวิวหยุนไหล จุดแลนด์มาร์กของสถานที่แห่งนี้

การเดินทาง : ต้องติดต่อรถนำเที่ยวที่หมู่บ้านสันติชล เนื่องจากทางขึ้นเป็นทางลูกรัง และเป็นเขาลาดชัน ถ้าเหมาต่อคันอยู่ที่ราคาคันละ 300 บาท นั่งได้ 10 คน

ลีไวน์รักไทย รีสอร์ทสวยงามแห่งหมู่บ้านรักไทย

ดอยแม่ฮ่องสอน

อีกหนึ่ง ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน ที่อยากนำเสนอ เป็นรีสอร์ทซึ่งจำลองมาจากหมู่บ้านในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ตั้งอยู่บน เขาจังหวัดแม่ฮ่องสอน แห่งหนึ่ง ที่ต้องตะลุยฝ่าโค้งกว่าพันศอกเพื่อมาชมความงดงามของสถานที่แห่งนี้ ถูกเนรมิตขึ้นท่ามกลางไร่ชา, สายหมอกและขุนเขา หากคุณมาถึง อาจลืมไปเลยว่าอยู่ประเทศไทย เพราะมันเหมือนถอดแบบมาจากประเทศจีนจริงๆ อากาศก็สุดแสนบริสุทธิ์ ยิ่งอยู่ท่ามกลางไร่ชาด้วยแล้ว ทำให้ดูอินขึ้นไปอีก แถมยังให้เราลองเก็บชาได้อีกด้วย แค่นึกภาพก็ฟินแล้ว หากได้ไปสัมผัสบรรยากาศจริงๆแล้วล่ะก็ รับรองเลยว่าจะทำให้คุณประทับใจจนแทบไม่อยากกลับบ้านแน่นอน

การเดินทาง :  ใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 ประมาณ 15 กิโลเมตร จะถึงแยกบ้านกุงไม้สัก ทางซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางไปบ้านรักไทย ให้เลี้ยวซ้ายแล้วขับไปตามทางอีกประมาณ 36 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางเป็นทางชันขึ้นเขา มีโค้งหักศอกคดเคี้ยวหลายแห่ง ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง

ชมสวรรค์เมืองหมอก ณ ดอยเมี่ยง

ดอยแม่ฮ่องสอน

เครดิต: http://www.xn--72cf2ba6cdb2b1b7fbd1le3c1ddk.com/travel_18.html

แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกดีแล้วสำหรับ ดอยแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้ฉายานามว่า สวรรค์เมืองหมอก ที่ตั้งหลักอยู่สูงขึ้นไปประมาณ 1,600 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ในพื้นที่ป่าดิบชื้นและภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้มากมายหลายชนิด เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง ต้นมะค่า ที่จุดชมวิวของดอยเมี่ยงนี้ คุณสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองปายได้แบบ 360 องศา นักท่องเที่ยวจะเห็นหมอกหนาบนดอย ท่ามกลางมวลอากาศหนาวเย็นและมีลมพัดโชยสบายทุกฤดูกาลผนวกกับแสงอ่อนๆจากพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าในช่วงฤดูหนาว ขอบอกเลยว่าฟินสุดๆ หากใครมีโอกาสได้ไป เที่ยวแม่ฮ่องสอน นี่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

การเดินทาง :  แม้จะมีอากาศดีทุกฤดูกาล แต่ถ้าเป็นในช่วงหน้าฝน การเดินทางค่อนข้างลำบาก เนื่องจากเส้นทางเป็นดินโคลน ซึ่งทางจังหวัดได้มีการสร้างถนนชั่วคราวระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร จากจุดเส้นทางแยกบ้านปางตอง ขึ้นสู่บนดอยเมี่ยงเพื่อบริการนักท่องเที่ยว

นั่งเหม่อๆชมวิว ณ ภูชี้เพ้อ

ดอยแม่ฮ่องสอน

เดินทางมาถึงสถาน ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน แห่งสุดท้ายของวันนี้แล้ว นั่นก็คือ ภูชี้เพ้อ สำหรับ ดอยแม่ฮ่องสอน แห่งนี้ ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด อ.ขุนยวม ใกล้กับทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ ในระดับความสูง 1,818 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและสายหมอกอันขาวโพลนแห่งใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก อยู่ระหว่างทิวเขาที่สลับซับซ้อน คุณจะได้เห็นภาพที่งดงามเกินกว่าจะบรรยายได้ ยิ่งหากมาในช่วงที่ดอกบัวตองบาน คุณสามารถมองเห็นวิวของทุ่งดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอในอีกมุมหนึ่งที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

การเดินทาง :  ใช้เส้นทางเดียวกับการเดินทางไปยังทุ่งดอกบัวตอง หน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอดจะอยู่ก่อนถึงทุ่งดอกบัวตอง 5 ก.ม. ส่วนการเดินทางจากทางเข้าหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอดไปจุดเริ่มเดินเท้านั้นมีทางเดียว คือ รถกระบะ เท่านั้น เนื่องจากเส้นทางบางช่วงเป็นดินลูกรังค่อนข้างชัน หลังจากถึงหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด ต้องเดินเท้าขึ้นไปในเส้นทางที่ค่อนช้างชันอีกประมาณ  1 กิโลเมตร  ใช้เวลาประมาณ 30- 45 นาที  ควรเริ่มเดินเท้าขึ้นไปประมาณตี 5 ครึ่งเพื่อให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น ควรนำไฟฉายติดตัวไปด้วย

ดอยแม่ฮ่องสอน

นี่เป็นเพียงน้ำจิ้มเท่านั้นสำหรับ ดอยแม่ฮ่องสอน ที่เราพาทุกคนไปเที่ยววันนี้ ยังมีอีกหลายๆดอยและ เขาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เราจะพาทุกคนไปเที่ยวกันแน่นอน แต่ว่าเมื่อไหร่นั้นก็ต้องติดตามกันต่อไปนะ และในส่วนของ การเดินทางในแม่ฮ่องสอน เพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ ก็ไม่ต้องกังวลไปว่าจะเดินทางลำบากหรือไม่ เพราะ Bangkok Airways มีเที่ยวบินตรงจากเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอนและยังมีการคมนาคมอื่นๆอีกมากมายให้เราได้เลือกใช้บริการตามที่พักต่างๆของแม่ฮ่องสอนทั้ง จักรยานและมอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนก็สบายใจได้แบบหายห่วง

ส่วน การเดินทางไปแม่ฮ่องสอน สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากไปชมทะเลหมอกกับพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมรับอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด ก็สามารถจอง ตั๋วเครื่องบินไปแม่ฮ่องสอน กับ ในราคาที่แสนคุ้มค่าพร้อมกับบริการแบบฟูลเซอร์วิสตลอดการเดินทาง โดยจะต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินเชียงใหม่ก่อน เนื่องจากไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ-แม่ฮ่องสอน ส่วนใครที่อยู่ในเชียงใหม่แล้วอยากจะไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนก็สามารถจอง ตั๋วเครื่องบินไปแม่ฮ่องสอน กับ Bangkok Airways ได้เช่นกันโดยใช้เวลาบินเพียง 45 นาทีเท่านั้น จัดตารางหาวันว่างให้กับตัวเอง แล้วไปพักผ่อนหย่อนใจให้สมองปลอดโปร่งที่ เมืองสามหมอก ดูสิ รับรองเลยว่าทั้งความเหนื่อยล้า, ความเครียด และความทุกข์ทั้งหมดจะหายไป