Bangkok Airways สรุปให้
- ที่เที่ยวสำหรับเด็กมีให้เลือกหลากหลาย โดยในกรุงเทพฯ สามารถพาเด็ก ๆ ไปสนุกพร้อมเรียนรู้ได้ที่พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร (จตุจักร) และ MELAND ในสยามพารากอนที่มีกิจกรรม Edutainment เหมาะกับทุกวัย ส่วนครอบครัวที่อยากเก็บกระเป๋าเที่ยวต่างจังหวัด แนะนำโครงการเกษตรอินทรีย์สุโขทัย ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้วิถีธรรมชาติ และ KOH SAMUI EasyKart ที่เกาะสมุย สำหรับกิจกรรมสนุก ๆ ทั้งครอบครัว
- พาลูกเที่ยวต่างจังหวัดแบบสบายใจ เดินทางง่ายและสะดวกไปกับ Bangkok Airways ที่สามารถเลือกที่นั่งได้ตามต้องการ พร้อมบริการอาหารสำหรับเด็ก ทั้ง Infant/Baby Food (6 เดือนขึ้นไป) และ Child’s Meal (2 ปีขึ้นไป) รวมถึงมีเปลสำหรับเด็กอ่อน และกิจกรรมสนุก ๆ อย่างสติกเกอร์กับสมุดเกมคัดแยกขยะ ส่งเสริมให้เด็ก ๆ เรียนรู้สู่ความยั่งยืน
อยากพาลูกเที่ยว ออกไปเปิดโลกกว้าง แต่ยังไม่รู้จะเที่ยวที่ไหนดี? Bangkok Airways คัดมาให้แล้วกับ 12 สถานที่เที่ยวสำหรับเด็ก ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทั้งเที่ยวสบาย ได้เสริมพัฒนาการ พร้อมสนุกไปด้วยกันทั้งครอบครัว
12 ที่เที่ยวสำหรับเด็ก ถูกใจคุณพ่อ คุณแม่
1. พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร (จตุจักร) กรุงเทพฯ

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาที่เที่ยวที่สนุกและเสริมการเรียนรู้ให้ลูก ๆ ต้องมาที่พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร (จตุจักร) ที่ออกแบบพื้นที่และกิจกรรมเสริมพัฒนาการให้เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัย โดยแบ่งเป็น 4 อาคารหลัก ได้แก่
- อาคารสายรุ้ง: เหมาะกับเด็กแรกเกิด – 6 ปี ที่มีกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการรอบด้าน เช่น การฝึกประสาทสัมผัสทั้งห้าผ่านเสียงธรรมชาติ เสียงนก รวมถึงกิจกรรมบทบาทสมมติ ให้เด็ก ๆ ได้ลองเป็นอาชีพในฝันอย่างสนุกสนาน
- อาคารทอตะวัน: เหมาะกับเด็กอายุ 7-12 ปี มีกิจกรรมให้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ทั้งนิทรรศการอัจฉริยะจากธรรมชาติสู่นวัตกรรม การทำอาหารในครัวไทยจิ๋ว การสำรวจไดโนเสาร์ รวมถึงโซนอัศจรรย์ตัวฉันเองที่ช่วยเสริมความมั่นใจ (Self-Esteem) และกิจกรรมเมืองน่าอยู่ด้วยมือจิ๋ว ที่ให้เด็ก ๆ ได้ฝึกคิดและสวมบทบาท
- อาคารจักรวาล: เหมาะกับเด็กอายุ 7-12 ปี จัดแสดงความรู้เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ทั้งนิทรรศการภัยพิบัติจากมุมมองหน้าต่างและนิทรรศการแก้โลกร้อนด้วยมือเรา พร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจ อย่างทำสิ่งประดิษฐ์รักษ์โลกจากวัสดุเหลือใช้
- อาคารยูนิลีเวอร์: เหมาะกับเด็กอายุ 3-12 ปี ออกแบบกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการสร้างเมืองในฝัน ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตในอดีตสู่การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในอนาคต เข้าใจถึงความสำคัญของพื้นที่สีเขียวที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับเมือง พร้อมทั้งสัมผัสประสบการณ์ในโรงภาพยนตร์ 4 มิติ กิจกรรมสร้างสรรค์สิ่งก่อสร้างผ่านตัวต่อมหัศจรรย์ และการทดลองฝึกทักษะด้านจราจรด้วยการขี่จักรยานขาไถ
วันและเวลาทำการ: วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10:00-16:00 น.
ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย
2. MELAND และ SEA LIFE BANGKOK กรุงเทพฯ

MELAND สวนสนุกใหม่ล่าสุดสำหรับเด็ก ๆ อยู่ที่สยามพารากอน บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 5,000 ตารางเมตร ที่คุณพ่อ คุณแม่สามารถพาลูก ๆ มาสนุกไปด้วยกันได้ทั้งครอบครัว ภายในมีเครื่องเล่นมากกว่า 100 รายการ และโซน Edutainment มากกว่า 7 โซน ให้เด็ก ๆ ได้ทั้งเล่น เรียนรู้ และฝึกพัฒนาทักษะต่าง ๆ ผ่านเครื่องเล่นและกิจกรรมสร้างสรรค์
- โซนเมืองจำลอง: ให้เด็ก ๆ ได้ลองสวมบทบาทอาชีพกว่า 20 อาชีพ ทั้งคุณหมอ นักดับเพลิง เชฟ และเกษตรกร พร้อมเรียนรู้ผ่านการเล่นในสถานที่จำลองอย่างซูเปอร์มาเก็ต ร้านอาหาร ฟาร์มโคนม และสถานีดับเพลิง
- โซนผจญภัยใต้ท้องทะเล: สำรวจโลกใต้น้ำกับเครื่องเล่นอย่าง Wandering Carousel ที่มีทั้งม้าน้ำและรถไฟปลา พร้อมชมบรรยากาศโดยรอบของดินแดน MELAND
- โซนเมืองเมฆา: สนุกไปกับบ่อบอลสีพาสเทลสุดน่ารัก มีทั้งสไลเดอร์และชิงช้าสวรรค์ขนาดย่อม ให้นั่งเล่นเพลิน ๆ
- โซนสังเวียนอินเตอร์แอ็กทิฟ: ปล่อยพลังกับเกมสนุก ๆ เช่น Meta-Racers โรลลิงบอล ยิงปืน และแข่งม้า ที่ช่วยเสริมทั้งความสนุกและทักษะการเคลื่อนไหว
- โซนสถาบัน STEM: ให้เด็ก ๆ ได้ทดลองเล่นและเรียนรู้ผ่านกิจกรรมอย่างศูนย์ล้างรถ ไซต์ก่อสร้าง และโรงงานประกอบรถ สนุกไปพร้อมกับเสริมพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์
- โซนแสงสีแห่งศิลปะ: โซนสุดสร้างสรรค์ที่ร่วมออกแบบโดย D’strict องค์กรออกแบบ Artech Lightscape ระดับโลก ให้เด็ก ๆ ได้วาดภาพแล้วนำไปแสดงบนดิจิทัล พร้อมพื้นที่ชายหาดจำลองที่ปูพื้นด้วยทรายจริง

นอกจากนี้ภายในสยามพารากอนยังมี SEA LIFE Bangkok Ocean World พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เหมาะกับการพาเด็ก ๆ ไปเปิดประสบการณ์โลกใต้น้ำ ตั้งแต่ปลาน้ำจืดในโซนป่าดิบชื้น Shark Walk ที่สามารถชมฉลามกว่า 4 สายพันธุ์แบบใกล้ชิด และอุโมงค์ใต้น้ำที่สามารถชมปลากระเบนนกและฝูงปลาว่ายผ่านรอบตัว โดยมีไฮไลต์อยู่ที่โซนเพนกวินไอซ์เพลย์กราวน์ ให้เด็ก ๆ ได้เจอเพนกวินเจนทูสุดแสนซนที่น่ารัก
MELAND
วันและเวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 10:00-21:00 น. (เฉพาะวันจันทร์ เปิด 13:00-21:00 น.)
ค่าเข้าชม:
- เด็ก 1,150 บาท/3 ชั่วโมง หรือ All-Day Ticket 1,730 บาท
- ผู้ปกครอง 230 บาท/3 ชั่วโมง หรือ All-Day Ticket 330 บาท
SEA LIFE BANGKOK
วันและเวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 10:00-20:00 น.
ค่าเข้าชม:
- สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เข้าชมฟรี
- สำหรับเด็กอายุ 2-11 ปี 599 บาท หากจองออนไลน์ ลดเหลือ 299 บาท
- สำหรับผู้ใหญ่ 699 บาท
3. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เอกมัย กรุงเทพฯ

พาเด็ก ๆ ออกเดินทางไปเรียนรู้เรื่องราวของกาแล็กซี ดาวเคราะห์ และความลึกลับของเอกภพที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เอกมัย หรือท้องฟ้าจำลอง ผ่านระบบฉายภาพความคมชัดระดับ 4K พร้อมการบรรยายที่ทั้งตื่นตาและเข้าใจง่าย
ทั้งยังมีอาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่มีมุมเครื่องเล่นและกิจกรรมให้ลองสนุกกับวิทยาศาสตร์ เช่น มุมวิทยาศาสตร์แสนสนุก มุมสัมผัสอวกาศ และลูกกลมกลิ้ง ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ผ่านการเล่น หลังจากนั้นยังสามารถเดินเล่น ถ่ายรูป และใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวในโซนต่าง ๆ อย่างโลกของแมลง และนิทรรศการชีวิตพิศวง ที่ช่วยเติมความสนุกพร้อมความรู้ได้แบบเพลิน ๆ
วันและเวลาทำการ: วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09:00-16:00 น.
ค่าเข้าชม: สำหรับเด็ก 30 บาท สำหรับผู้ใหญ่ 50 บาท
4. Jurassic World: The Experience ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ กรุงเทพฯ

เปิดประสบการณ์สำรวจโลกล้านปีสุดตื่นเต้นกับ Jurassic World: The Experience ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ที่เด็ก ๆ และทุกคนในครอบครัวจะได้เข้าไปอยู่ในฉากดังจากภาพยนตร์ พร้อมชมไดโนเสาร์ขนาดเท่าของจริงแบบใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารธีม Jurassic World ที่ออกแบบทั้งเมนูและบรรยากาศเข้ากับคอนเซปต์โลกไดโนเสาร์ ให้การเที่ยวของครอบครัวสายผจญภัยครั้งนี้เก็บโมเมนต์ความสุขร่วมกันได้แบบเต็มอิ่ม
วันและเวลาทำการ: วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 11:00-22:00 น.
ค่าเข้าชม:
- สำหรับเด็ก (อายุ 3-10 ปี) 579 บาท และช่วงพีค* 789 บาท
- สำหรับผู้ใหญ่ (อายุ 11 ปี ขึ้นไป) 769 บาท และช่วงพีค* 989 บาท
*ช่วงพีคคือ ระหว่างวันจันทร์-ศุกร์ช่วง 16:00-21:00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์
5. ซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพฯ

ซาฟารีเวิลด์ หนึ่งในสวนสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ภายในแบ่งเป็นโซนซาฟารีพาร์ค ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถขับรถพาเด็ก ๆ ชมสัตว์ป่าอย่างยีราฟ ม้าลาย และเสือโคร่งเบงกอล พร้อมไฮไลต์โชว์ให้อาหารเสือทุกวันในช่วงเวลา 10.00 น.
นอกจากนี้ยังมีโซนมารีนพาร์คที่มีกิจกรรมการแสดงสัตว์แสนรู้มากมาย เช่น โลมา นก และสิงโตทะเล รวมถึงกิจกรรมให้อาหารสัตว์สุดน่ารัก ทั้งจิงโจ้ อูฐ อัลปาก้า นกกระทุง และนกแก้วซันคอนัวร์กว่า 300 ตัว แต่ที่พลาดไม่ได้คือ คาปิบาร่า หนูยักษ์สุดมึนที่เด็ก ๆ สามารถเข้าไปช่วยเลี้ยงและเล่นได้ วันละ 2 รอบ คือ เวลา 10.00-11.30 น. และ 13.30-15.30 น.
วันและเวลาทำการ: วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 09:00-16:30 น. และวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09:00-17:00 น.
ค่าเข้าชม:
- สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี หรือส่วนสูงต่ำกว่า 100 ซม. เข้าชมฟรี
- สำหรับเด็กอายุ 2-12 ปี ที่มีส่วนสูง 100-140 ซม. 700 บาท
- สำหรับผู้ใหญ่ 800 บาท
6. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เชียงใหม่

สำหรับครอบครัวที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ ต้องพาลูกมาเที่ยวที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี สวนสัตว์กลางคืนบนพื้นที่กว่า 819 ไร่ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในไนต์ซาฟารีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีทั้งโซนเดินชมสัตว์และนั่งรถ Safari Tram พร้อมการแสดง Tiger Show สุดเร้าใจ และ Night Predators Show ที่รับรองว่าเด็ก ๆ จะตื่นตาตื่นใจตลอดการชม
- โซน Jaguar Trail: เป็นเส้นทางเดินชมสัตว์รอบทะเลสาบระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร ที่เด็ก ๆ จะได้ใกล้ชิดสัตว์หลากหลายชนิด เช่น เสือจากัวร์ เสือโคร่งขาว ฮิปโปแคระ นกฟลามิงโก สมเสร็จบราซิลเลียน และสัตว์ป่าอีกมากกว่า 50 ชนิด
- โซน Safari Tram: พาไปชมสัตว์ใน 2 โซนด้วยการนั่งรถแบบชิล ๆ คือ Savanna Safari ที่สามารถเห็นสัตว์อย่างยีราฟ ม้าลาย จิงโจ้แดง และกวางผาแบบใกล้ชิด และโซน Predator Prowl ที่รวมสัตว์นักล่าอย่างเสือโคร่งขาว สิงโต และไฮยีน่าลายจุด โดยมีให้เลือกทั้งรอบกลางวัน เวลา 11:00-16:00 น. และกลางคืน เวลา 16:30 น. เป็นต้นไป
วันและเวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 11:00-22:00 น.
ค่าเข้าชม:
- โซน Jaguar Trail สำหรับเด็ก 25 บาท ส่วนผู้ใหญ่ 50 บาท
- โซน Safari Tram สำหรับเด็ก 150 บาท ส่วนผู้ใหญ่ 300 บาท
- สำหรับเด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 100 ซม. เข้าชมฟรี
7. แฮง ตึง ฟาร์มสเตย์ เชียงใหม่

เดินทางจากเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ประมาณ 22 นาที มาม่วนกันต่อได้ที่ แฮง ตึง ฟาร์มสเตย์ ที่ให้เด็ก ๆ และครอบครัวได้ลองใช้ชีวิตแบบชาวนา ทั้งถอนกล้า ลงดำนา ปลูกข้าว รวมถึงกิจกรรมน่ารัก ๆ อย่างป้อนหญ้าและอาบน้ำให้น้องควายกลางท้องนา พร้อมกิจกรรมงานคราฟต์พื้นบ้าน เช่น ทำยาดมและลูกประคบสมุนไพร ไปจนถึงร่วมทำอาหารจากวัตถุดิบในฟาร์ม ช่วยปลูกฝังให้เด็ก ๆ เห็นคุณค่าของธรรมชาติและวิถีชีวิตพื้นบ้าน
วันและเวลาทำการ: วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09:00-18:00 น.
ค่าเข้าชม: ขึ้นอยู่กับกิจกรรม อาทิ
- กิจกรรมแฮงตึง แต๊ว่า สำหรับผู้ใหญ่ 1,800 บาท ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ลด 50% เหลือ 900 บาท
- กิจกรรมทำอาหารเหนือ ราคา 1,300 บาท/คน
- กิจกรรมทำยาดมและลูกประคบสมุนไพร ราคา 999 บาท/คน
8. โครงการเกษตรอินทรีย์สุโขทัย – พิพิธภัณฑ์สนามบินสุโขทัย สุโขทัย

อีกหนึ่งที่เที่ยวสายธรรมชาติที่น่าสนใจ อย่างที่โครงการเกษตรอินทรีย์สุโขทัย ที่ให้เด็ก ๆ ได้ลองสวมชุดม่อฮ่อมเป็นชาวนา สนุกกับกิจกรรมอย่างนั่งรถอีแต๋นเที่ยวรอบโครงการ เก็บไข่เป็ด เดินชมโรงสีข้าวกล้อง แปลงผักอินทรีย์ และแปลงนาสวนผสม ที่ประกอบด้วยนาข้าว สวนผลไม้ และแปลงผัก พร้อมเรียนรู้การทำอาหารแบบเกษตรอินทรีย์ไปด้วยกัน
ห่างออกไปประมาณ 800 เมตร สามารถแวะไปที่พิพิธภัณฑ์สนามบินสุโขทัย ที่รวบรวม 3 พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์ ให้เด็ก ๆ ได้ตื่นตากับฟอสซิลไดโนเสาร์ ชมวิวัฒนาการช้างแต่ละยุค
- พิพิธภัณฑ์จุดกำเนิดของชีวิต: จัดแสดงฟอสซิลไดโนเสาร์ที่เป็นโครงกระดูกจริง อาทิ ทีเร็กซ์ ไทรเซราทอปส์ เทอร์โรซอร์ และไข่ไดโนเสาร์ รวมถึงใบปาล์มดึกดำบรรพ์
- พิพิธภัณฑ์ช้างโลก: หนึ่งเดียวที่รวบรวมช้างจากหลากหลายยุคสมัยกว่า 100 สายพันธุ์ ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้วิวัฒนาการก่อนจะมาเป็นช้างปัจจุบัน
- พิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์ไม้กลายเป็นหิน: รวมฟอสซิลไม้กลายเป็นหินที่มีอายุกว่าร้อยล้านปี ให้เด็ก ๆ และครอบครัวสามารถสัมผัสของจริงได้
โครงการเกษตรอินทรีย์สุโขทัย
วันและเวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 08:00-17:00 น.
ค่าเข้าชม:
- สำหรับเด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 120 ซม. ราคา 450 บาท
- สำหรับผู้ใหญ่ 900 บาท
พิพิธภัณฑ์สนามบินสุโขทัย
วันและเวลาทำการ: ทุกวันเสาร์ เวลา 10:00-15:00 น.
ค่าเข้าชม:
- สำหรับเด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 140 ซม. ราคา 100 บาท
- สำหรับผู้ใหญ่ 200 บาท
9. ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ตราด

สำหรับครอบครัวสายโลคอล ที่อยากให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้วิถีชาวเล ให้ปักหมุดพาลูกมาเที่ยวที่ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด ที่นี่มีกิจกรรมให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งการชมสาธิตการทำงอบใบจาก ล่องเรือเล็กชมวิถีชีวิตชาวประมง และเดินข้ามสะพานวัดใจ แลนด์มาร์กของชุมชน และอีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามพลาดคือการลิ้มลองข้าวเกรียบยาหน้า ขนมของชาวมุสลิมที่แสนอร่อย
วันและเวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 08:00-17:00 น.
ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย
10. หาดบานชื่น ตราด

หาดบานชื่น หนึ่งในหาดสวยของจังหวัดตราดที่ไม่ต้องนั่งเรือข้ามเกาะก็ไปถึงได้ง่าย ๆ เป็นหาดทรายขาวยาวกว่า 3 กิโลเมตร น้ำทะเลใส มีที่พักและร้านอาหารอยู่บริเวณหน้าหาด เหมาะกับครอบครัวที่อยากพาเด็ก ๆ มาเที่ยวทะเลและพักผ่อนแบบชิล ๆ ทั้งเดินเล่น เล่นน้ำ และนั่งชมอาทิตย์ตกดินริมชายหาดด้วยกัน
วันและเวลาทำการ: ทุกวัน 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย
11. หาดกมลา ภูเก็ต

พาครอบครัวมาพักผ่อนชิล ๆ ที่ หาดกมลา หาดโค้งรูปพระจันทร์เสี้ยวยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของภูเก็ต บรรยากาศเงียบสงบ มีกิจกรรมให้เลือกหลากหลาย ทั้งพายเรือคายัค เล่นน้ำ และขี่ม้าชมวิวเลียบชายหาดอันดามัน
ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถพาเด็ก ๆ เที่ยวต่อได้ที่คาร์นิวัลเมจิก ที่มาพร้อมอาณาจักรเมืองไฟคิงดอมออฟไลต์ที่ประดับด้วยดวงไฟกว่า 40 ล้านดวง และขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่ถึง 88 ขบวน หรือจะเลือกชมโชว์วัฒนธรรมที่ภูเก็ตแฟนตาซี ที่จัดเต็มด้วยการแสดงสุดอลังการ ทั้งกายกรรม คาราวานควาญช้าง และเทคนิคพิเศษแบบ 4 มิติ ให้เด็ก ๆ เก็บเป็นความทรงจำดี ๆ
วันและเวลาทำการ: ทุกวัน 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย
12. เกาะสมุย (KOH SAMUI EasyKart) สุราษฎร์ธานี

นอกจากเกาะสมุยจะมีทะเลสวยและที่เที่ยวธรรมชาติแล้ว อีกหนึ่งพิกัดที่สายครอบครัวไม่ควรพลาดคือ อีซี่คาร์ท สมุย (KOH SAMUI EasyKart) สนามโกคาร์ทที่สนุกและปลอดภัยสำหรับทุกวัย โดยมีรถโกคาร์ทความเร็วต่ำสำหรับเด็กเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 7 ปี และรถแบบ 2 ที่นั่งสำหรับคุณพ่อ คุณแม่พาลูกน้อยนั่งไปด้วยกัน โดยภายในมีสนามให้เลือกถึง 2 แบบ
- Beginner Track: ระยะทาง 350 เมตร เหมาะสำหรับมือใหม่และสมาชิกตัวน้อย
- Racing Track: ระยะทาง 800 เมตร สำหรับสายซิ่ง ที่ใช้รถ Fast Karts ความเร็วสูงสุดถึง 70 กม./ชม. ให้ผู้ใหญ่ได้สนุกแบบจัดเต็ม
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีแผนพาครอบครัวเที่ยวเกาะสมุย สามารถเก็บลิสต์ที่เที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ เที่ยวสมุย รวมครบ! หาดสวย วัดดัง และจุด Unseen
วันและเวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 10:00-24:00 น.
ค่าเข้าชม: ขึ้นอยู่กับสนาม ประเภทรถโกคาร์ท และจำนวนรอบ (8 นาที/รอบ)
- Beginner Track (350 เมตร)
- เด็ก (อายุ 7 ปีขึ้นไป และมีส่วนสูง 130 ซม.) 499 บาท/รอบ
- ผู้ใหญ่ (12 ปีขึ้นไป และมีส่วนสูง 140 ซม.) 699 บาท/รอบ
- รถ 2 ที่นั่ง (ผู้ใหญ่ + เด็ก หรือผู้ใหญ่ 2 คน) 699 บาท/รอบ
- Racing Track (800 เมตร)
- ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป และส่วนสูง 150 ซม. ขึ้นไป) ราคาขึ้นอยู่กับรอบ เริ่มต้น 1,499 บาท/2 รอบ และ 1,999 บาท/3 รอบ
รวมเทคนิคพาลูกเที่ยว เตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง

สำหรับครอบครัวที่กำลังวางแพลนพาลูกเที่ยว อย่าลืมเก็บเทคนิคเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางให้เด็ก ๆ เที่ยวสบาย และสนุกได้ทั้งครอบครัว
- เลือกสถานที่เที่ยวให้เหมาะกับวัย: ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เลือกสถานที่ที่เหมาะกับวัยของลูก เพื่อให้เที่ยวได้อย่างสนุกและปลอดภัย นอกจากนี้ให้ชวนลูกคุยเกี่ยวกับทริปนี้ ให้เขามีส่วนร่วมเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เลือกที่เที่ยวหรือของที่จะพกไป จะช่วยให้ลูกตื่นเต้นและมีความสุขมากขึ้น
- เตรียมของใช้จำเป็นให้พร้อม: เช่น เสื้อผ้า ยาประจำตัว อาหารว่าง และของใช้ส่วนตัว จะช่วยให้เที่ยวได้สบายและอุ่นใจมากขึ้น รวมถึงของเล่นชิ้นโปรดหรือกิจกรรมเล็ก ๆ ระหว่างเดินทาง
- จัดตารางเวลาแบบสบาย ๆ: ไม่ควรจัดตารางเที่ยวแน่นจนเกินไป และเผื่อเวลาพักให้ลูกได้ผ่อนคลาย จะทำให้การเที่ยวสนุกมากขึ้น
พาลูกเที่ยวสบายทุกจุดหมายไปกับสายการบิน Bangkok Airways

Bangkok Airways พร้อมดูแลทุกเส้นทางของครอบครัว ให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกเที่ยวได้อย่างอุ่นใจ ด้วยบริการแบบ Full-Service ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ทั้งการเลือกที่นั่ง บริการเปล บริการอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกิจกรรมพิเศษสำหรับเด็ก ๆ เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง โดยรองรับเด็กตั้งแต่อายุ 7 วันขึ้นไป
- เลือกที่นั่งล่วงหน้าได้ตามต้องการ: สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก แนะนำที่นั่งแถวแรก (Long leg seat) ที่มีพื้นที่ด้านหน้า ให้นั่งได้สบายขึ้น
- มีบริการเปลสำหรับเด็กอ่อน: บนเครื่องบิน Airbus 319/320 สำหรับเที่ยวบินที่ใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมง 30 นาที* มีบริการเปลสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักไม่เกิน 11 กิโลกรัม และสูงไม่เกิน 70 เซนติเมตร
- มีอาหารสำหรับเด็กให้เลือก: ทั้ง Infant / Baby Food สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป และ Child’s Meal สำหรับเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป*
- บนเที่ยวบินยังมีกิจกรรมเล็ก ๆ สำหรับเด็ก: เช่น สติกเกอร์และสมุดเกมคัดแยกขยะ ให้เด็ก ๆ ได้แปะสติกเกอร์ลงถังแต่ละสีให้ถูกต้องตามประเภทของขยะ ส่งเสริมการเรียนรู้สู่ความยั่งยืน
*สามารถสำรองบริการต่าง ๆ อาทิ อาหารสำหรับเด็ก และบริการเปล ด้วยการแจ้งทางสายการบิน Bangkok Airways ล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ผ่านศูนย์สำรองที่นั่ง โทร 1771 (+66 2 2706699) หรือที่สำนักงานขาย (ในช่วงเวลาทำการ)
รวมคำถาม-คำตอบเกี่ยวกับการพาลูกเที่ยว
พาลูกเที่ยวครั้งแรกตอนกี่ขวบดี?
สามารถพาลูกเที่ยวได้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป โดยเลือกสถานที่ที่ไม่พลุกพล่านและมีความปลอดภัย แต่ถ้าอยากเที่ยวแบบคล่องตัวและคุณพ่อคุณแม่สบายใจมากขึ้น แนะนำช่วงอายุประมาณ 1 ขวบขึ้นไป จะดูแลง่ายและสนุกกับกิจกรรมได้มากขึ้น
ลูกร้องไห้/งอแงบนเครื่องบินหรือที่สาธารณะ ควรทำอย่างไรดี?
ถ้าลูกร้องไห้หรืองอแงบนเครื่องบินหรือในที่สาธารณะ ลองตั้งสติแล้วค่อย ๆ ปลอบอย่างใจเย็น และเบี่ยงความสนใจด้วยของเล่น ขนม หรือกิจกรรมที่ลูกชอบ หากอยู่บนเครื่องบิน อาจให้ลูกดูดนม ดูดน้ำ หรือจุกนม เพื่อช่วยลดอาการไม่สบายหูจากแรงดันอากาศ
เด็กเล็กควรเที่ยวแบบไหนถึงจะเหมาะ?
เด็กเล็กควรเลือกเที่ยวแบบสบาย ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ หรือสวนสนุกในร่มที่มีกิจกรรมแบบ Edutainment ให้ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับความสนุก หากเป็นสถานที่ธรรมชาติควรคำนึงถึงสภาพอากาศ เลือกที่ไม่พลุกพล่าน อากาศถ่ายเทดี และมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็ก รวมถึงเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับวัย
สำรวจที่เที่ยวทั่วไทยสำหรับครอบครัวเพิ่มเติม ได้ที่นี่
- ที่เที่ยวผู้สูงอายุ เที่ยวสะดวก เดินสบาย วีลแชร์เข้าได้หายห่วง
- ที่เที่ยว Pet-Friendly หลากสไตล์ พาหมาเที่ยวไหนดี
- ที่เที่ยวเชิงสุขภาพทั่วไทย เติมคุณภาพให้ชีวิต
- ที่เที่ยวธรรมชาติยอดฮิต ค้นพบเสน่ห์แห่งเมืองไทย
บินไปกับ Bangkok Airways พาครอบครัวไปสุขให้สุดในทุกจุดหมายทั่วไทย

พาลูกเที่ยวสบายทุกจุดหมายทั่วไทย เดินทางสะดวกด้วยเที่ยวบินตรงสู่จังหวัดกรุงเทพฯ เชียงใหม่ สุโขทัย ตราด ภูเก็ต และสมุย โดยสายการบิน Bangkok Airways ที่พร้อมดูแลทุกท่าน ด้วยบริการครบวงจร เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่มีความสุขไปด้วยกันทั้งครอบครัว
- บริการห้องรับรองสำหรับผู้โดยสารทุกท่าน
- น้ำหนักโหลดกระเป๋าท่านละ 20 กิโลกรัม
- การเลือกที่นั่งบนเที่ยวบิน
- บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน