Bangkok Airways สรุปให้
- จังหวัดพังงา เมืองสวยท่ามกลางหุบเขาและทะเลอันดามัน ล่าสุดได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวดีที่สุดของโลก ปี 2026 จากเวที Booking.com Traveller Review Awards สะท้อนเสน่ห์ที่ทำให้นักเดินทางจากทั่วโลกประทับใจไม่รู้ลืม
- จังหวัดพังงา เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งธรรมชาติและแลนด์มาร์กสุด Unseen บนทะเลอันดามัน อาทิ เขาตาปู ภูเขาหินปูนรูปทรงแปลกตากลางอ่าวพังงา จุดชมวิวเสม็ดนางชี จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นสุดอลังการที่มองเห็นอ่าวพังงาแบบพาโนรามา และหมู่เกาะสิมิลัน สวรรค์ของนักดำน้ำ ล่าสุดอ่าวเกือกบนเกาะสิมิลันติดอันดับ 10 ชายหาดดีที่สุดของโลกจาก World’s 50 Best Beaches 2026
เที่ยวที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา โดยเฉพาะจังหวัดพังงา เมืองแห่งความสุขที่ล่าสุดคว้าตำแหน่งจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวดีที่สุดในโลก จาก Booking.com ปี 2026 Bangkok Airways ชวนออกไปสัมผัสพังงาด้วยตัวเอง กับ 20 พิกัดที่เที่ยวไฮไลต์ ทั้งทะเลสวย อ้อมกอดขุนเขา และวิถีชุมชนท้องถิ่นแสนอบอุ่นที่ทำให้คนทั่วโลกตกหลุมรัก
พังงา จุดหมายที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของโลกปี 2569 โดย Booking.com

พังงา เมืองแห่งความสุขที่ได้รับฉายาว่า เมืองสวยในหุบเขา โอบล้อมด้วยผืนป่าเขียวขจี ภูเขาหินปูนทรงแปลกตา และท้องทะเลอันดามันที่บริสุทธิ์ หลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตเรียบง่าย เต็มไปด้วยรอยยิ้มและการต้อนรับอันอบอุ่นของผู้คน
ล่าสุด จังหวัดพังงาได้คว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวดีที่สุดของโลก (Most Welcoming Destinations on Earth) ประจำปี 2026 จากเวทีระดับสากล Booking.com Traveller Review Awards ตอกย้ำเสน่ห์ของเมืองเล็ก ๆ ที่พร้อมมอบความสุขและความประทับใจให้กับนักเดินทางจากทั่วโลก
วิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังพังงา

การเดินทางไปยังพังงาสามารถเลือกได้หลายรูปแบบ แต่วิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดคือการเดินทางด้วยเครื่องบิน แม้ปัจจุบันพังงาจะยังไม่มีสนามบิน โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกบินตรงกับสายการบิน Bangkok Airways ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียง 1 ชั่วโมง 30 นาที สู่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต หรือท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ และใช้เวลาประมาณ 1.30 – 3 ชั่วโมง จากสนามบินภูเก็ตและสนามบินกระบี่ เข้าสู่ตัวเมืองพังงา
วิธีการเดินทางจากสนามบินภูเก็ตเข้าสู่ตัวเมืองพังงา ระยะเวลา 1 – 3 ชั่วโมง
| วิธีการเดินทาง | ระยะเวลา | ค่าใช้จ่าย |
| เช่ารถขับเอง | ประมาณ 1 ชั่วโมง 5 นาที* | เริ่มต้น 500 บาทต่อวัน* |
| แท็กซี่ | ประมาณ 1 ชั่วโมง 5 นาที* | เริ่มต้น 1,400 บาท* |
| Airport Transfer | ประมาณ 1 ชั่วโมง 5 นาที* | เริ่มต้น 1,100 บาท* |
| รถบัส | ประมาณ 3 ชั่วโมง | เริ่มต้น 320 บาท* |
วิธีการเดินทางจากสนามบินกระบี่เข้าสู่ตัวเมืองพังงา ระยเวลา 1.30 – 2 ชั่วโมง
| วิธีการเดินทาง | ระยะเวลา | ค่าใช้จ่าย |
| เช่ารถขับเอง | ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที* | เริ่มต้น 500 บาทต่อวัน* |
| รถตู้ที่สนามบิน | ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที* | เริ่มต้น 633 บาท* |
| บริการรับส่งด้วยรถส่วนบุคคล | ประมาณ 2 ชั่วโมง* | เริ่มต้น 2,070 บาท* |
*ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้สอบถามกับทางผู้ให้บริการอีกครั้ง
*ระยะเวลาการเดินทาง ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร
เกาะสวยและอ่าวสุด Unseen สวรรค์บนผืนน้ำใจกลางพังงา
1. เขาตาปู – เขาพิงกัน

หนึ่งในแลนด์มาร์กที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวพังงา คือ เขาตาปู หรือที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักกันในชื่อ เกาะเจมส์บอนด์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เสน่ห์ของเขาตาปูอยู่ที่เป็นโขดหินปูนทรงสูงตัดกับวิวอ่าวพังงาและภูเขาหินปูนโดยรอบ นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือหางยาวล่องชมธรรมชาติ และเก็บภาพความประทับใจของแลนด์มาร์กระดับโลกแห่งนี้ได้อย่างใกล้ชิดจากบริเวณเกาะเขาพิงกัน

เมื่อเดินต่อจากจุดชมเขาตาปูประมาณ 100 เมตร จะถึงเขาพิงกัน อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่เกิดจากรอยเลื่อนของชั้นหิน จนทำให้หน้าผาหินขนาดใหญ่เอียงพิงกัน ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของทะเลอันดามัน ถือเป็นอีกจุดเช็คอินที่ให้ได้สัมผัสความตื่นตาของธรรมชาติที่หาได้ยากจากในประเทศไทย
2. ถ้ำลอด – เกาะห้อง

ใกล้เขาพิงกันประมาณ 3 กิโลเมตรยังมีถ้ำลอด อีกหนึ่งไฮไลต์ของอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ผาหินปูนกลางน้ำที่มีโพรงถ้ำยาวประมาณ 50 เมตร ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเลจนทะลุถึงอีกด้าน ภายในตระการตาด้วยหินงอกหินย้อย นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือแคนูหรือคายัคลอดผ่านถ้ำได้ตามระดับน้ำขึ้น-ลงของแต่ละวัน ระหว่างทางจะได้สัมผัสวิวผาหินปูนสูงและผืนป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของประเทศไทย

สำหรับสายแอดเวนเจอร์ที่หลงใหลการพายเรือแคนูหรือคายัค ต้องไม่พลาดเกาะห้อง ที่อยู่ห่างจากถ้ำลอดประมาณ 8 กิโลเมตร สามารถจัดให้อยู่ในลิสต์วันเดย์ทริปของอ่าวพังงา เมื่อพายเรือเข้าไปภายในจะเห็นทัศนียภาพของผาหินสูงชันที่โอบล้อมผืนน้ำสีมรกต ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบจากป่าไม้ธรรมชาติที่ปกคลุมทั่วเกาะ
หมายเหตุ: เกาะห้องจังหวัดพังงาเป็นคนละแห่งกับเกาะห้องจังหวัดกระบี่
3. จุดชมวิวเสม็ดนางชี

สำหรับใครที่อยากชมวิวอ่าวพังงาแบบพาโนรามา แนะนำที่จุดชมวิวเสม็ดนางชี โลเคชันวิวระดับโลกที่เคยเป็นแรงบันดาลใจให้กับฉากในภาพยนตร์ Star Wars: Episode III – Revenge of the Sith ด้วยวิวภูเขาหินปูนกลางทะเลเรียงตัวสลับกับผืนน้ำและป่าโกงกางที่ทอดยาวสุดสายตา โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นที่มีบรรยากาศสวยงามจนหลายคนอยากมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
โดยปัจจุบันมีจุดชมวิวหลักให้เลือก 3 จุด ดังนี้
- เสม็ดนางชีวิวพอยต์: จุดชมวิวที่สูงที่สุดและเห็นวิวอ่าวพังงาได้กว้างที่สุด เหมาะกับสายถ่ายภาพและคนที่อยากชมทะเลหมอกยามเช้า มีบริการรถรับ-ส่งขึ้นจุดชมวิว ตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ค่าบริการประมาณ 90 บาท พร้อมลานกางเต็นท์และบ้านพักขนาดเล็ก
- เสม็ดนางชีบูทีค: จุดชมวิวที่เดินทางสะดวกที่สุด ระยะทางเดินเท้า 300 เมตร มีทั้งคาเฟ ห้องอาหาร และที่พักให้บริการ เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนแบบสบาย ๆ พร้อมชมวิวอ่าวพังงาแบบใกล้ชิด ค่าเข้าชม 50 บาท
- อ่าวโต๊ะหลี วิวพอยต์: จุดชมวิวบรรยากาศเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน สามารถขับรถขึ้นไปเองได้ เหมาะกับสายแคมปิงและคนที่อยากใช้เวลากับธรรมชาติแบบเป็นส่วนตัว มีทั้งลานกางเต็นท์และบ้านพัก ค่าเข้าชม 50 บาท
ก่อนเก็บกระเป๋าไปชมบรรยากาศสุดตระการตาของเสม็ดนางชี สามารถชมกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดและไฮไลต์ใกล้เคียงเพิ่มเติมได้ที่ จุดชมวิวเสม็ดนางชี ที่เที่ยวพังงา ดังไกล ระดับโลก
4. หมู่เกาะสิมิลัน

สำหรับสายดำน้ำต้องมาที่หมู่เกาะสิมิลัน แหล่งดำน้ำระดับโลกที่ควรปักหมุดมาสักครั้ง ตั้งอยู่กลางทะเลอันดามันในอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา โดยคำว่า สิมิลัน มาจากภาษามลายูแปลว่า เก้า ตามจำนวนเกาะหลักที่เรียงตัวทอดยาวกลางทะเล แม้ปัจจุบันจะมีการประกาศเพิ่มเกาะตาชัยมาเป็นเกาะที่สิบก็ตาม
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่อ่าวเกือก บนเกาะสิมิลัน ที่ติดอันดับ 10 ชายหาดดีที่สุดของโลกจาก World’s 50 Best Beaches 2026 ด้วยเสน่ห์ของน้ำทะเลสีมรกต โขดหินแกรนิตขนาดใหญ่ ที่เรียกกันว่า หินเรือใบ แลนด์มาร์กชื่อดังที่กลายเป็นภาพจำของหมู่เกาะสิมิลัน พร้อมวิวทะเลอันดามันอันงดงาม

ส่วนจุดดำน้ำที่หมู่เกาะสิมิลัน สามารถเลือกดำน้ำท่องโลกใต้ท้องทะเลได้ตามสไตล์ อาทิ
- เกาะตาชัย: จุดดำน้ำลึกยอดนิยม โดยเฉพาะกองหินที่อยู่ใกล้เกาะตาชัย บริเวณทิศใต้ประมาณ 600 เมตร ที่ระดับความลึกประมาณ 12-45 เมตร เต็มไปด้วยปะการังอ่อนและกัลปังหาสีสันสวยงาม มีโอกาสพบสัตว์ทะเลหลากหลาย ทั้งปลากบ ปลาสาก ปลาหูช้าง รวมถึงฉลามวาฬและกระเบนราหู
- เกาะบอน: จุดดำน้ำลึกที่ขึ้นชื่อเรื่องฝูงปลาชุกชุมและความอุดมสมบูรณ์ของโลกใต้ทะเล โดยมีจุดดำน้ำอยู่ 2 จุดหลักคือ จุดทางเหนือที่ระดับความลึก 18-50 เมตร และจุดทางตะวันตกที่ระดับความลึกสูงสุด 40 เมตร ถือเป็นหนึ่งในจุดที่นักดำน้ำมักมาลุ้นเจอกระเบนราหูและฉลามวาฬมากที่สุด
- เกาะเก้า: รวมจุดดำน้ำชื่อดังอย่าง Christmas Point และ Three Trees โดดเด่นด้วยแนวปะการังลาดชัน กัลปังหาขนาดใหญ่ และโอกาสพบสัตว์ทะเลหายาก เช่น ฉลามเสือดาว ปลาโรนัน และม้าน้ำจิ๋วตามแนวหินใต้น้ำลึกประมาณ 22 เมตรลงไปจนถึง 35 เมตร
ทั้งนี้ อุทยานมักจะมีการปิดฟื้นฟูธรรมชาติในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคมของทุกปี เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศใต้ทะเล
5. หมู่เกาะสุรินทร์

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดพังงาไปทางตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตร ใกล้แนวชายแดนไทย-เมียนมา ประกอบด้วยเกาะสำคัญ 5 เกาะคือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะไข่ เกาะกลาง และเกาะรี โดยที่นี้มีแนวปะการังน้ำตื้นขนาดใหญ่ที่ได้รับการยกย่องว่าสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
นอกจากความงดงามใต้ท้องทะเลที่เต็มไปด้วยฝูงปลาสีสันสดใส ปะการัง และโอกาสพบสัตว์ทะเลขนาดใหญ่อย่างฉลามวาฬแล้ว หมู่เกาะสุรินทร์ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์จากวิถีชีวิตของชาวมอแกน กลุ่มชาวท้องถิ่นที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย โดยนักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้วัฒนธรรม การทำประมงพื้นบ้าน และเลือกซื้อของที่ระลึกทำมือจากชุมชนได้
โดยอุทยานฯ จะปิดการท่องเที่ยวประจำปีระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม ถึง 14 ตุลาคมของทุกปี เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ
6. เกาะผ้า

เกาะผ้า หนึ่งใน Hidden Gem ของจังหวัดพังงา ตั้งอยู่บริเวณตำบลเกาะคอเขา ห่างจากชายฝั่งประมาณ 10 กิโลเมตร บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบเหมาะกับการเล่นน้ำ พายเรือคายัค ดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นและดอกไม้ทะเลที่เป็นบ้านของเหล่าปลาการ์ตูน โดยนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือจากท่าเรือบ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที ก็จะได้พบกับเสน่ห์ของเกาะเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่กลางทะเลอันดามันแห่งนี้
สำหรับใครที่กำลังสนใจจดชื่อเกาะผ้าลงในลิสต์เที่ยวพังงา สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เกาะผ้า รีบมาดูเกาะ Unseen ก่อนที่จะหายไป!
7. เกาะพระทอง

ใครที่อยากเก็บที่เที่ยว Unseen in Thailand ของพังงา ต้องมาที่เกาะพระทอง ชายหาดทางฝั่งตะวันตก ที่มีทุ่งหญ้ากลางเกาะและต้นเสม็ดขาวเรียงรายกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ จนได้รับฉายาว่าเป็น สะวันนาเมืองไทย เหมาะกับการปั่นจักรยานเที่ยวรอบเกาะ ชมนกเงือก ดำน้ำชมปะการังและฝูงปลาการ์ตูน หรือพายเรือคายัคที่คลองสีคราม ท่ามกลางผืนป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์
เกาะพระทองอยู่ห่างจากฝั่งอำเภอคุระบุรีประมาณ 2 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยเรือจากท่าเรือคุระบุรี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
8. อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่

อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ พื้นที่ธรรมชาติสำคัญของจังหวัดพังงา ครอบคลุมทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายเลน ป่าชายหาด และแนวเทือกเขาสลับซับซ้อนอย่างเขาหลักและเขาลำรู่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำพังงา และแม่น้ำตะกั่วป่า ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัด
ภายในอุทยานเต็มไปด้วยลำธาร น้ำตก และเส้นทางธรรมชาติเหมาะกับคนรักกิจกรรมทั้งสายเดินป่า เล่นน้ำ ชมวิวทะเล และพักผ่อน พร้อมบริการบ้านพักและลานกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากใช้เวลาใกล้ชิดธรรมชาติอย่างเต็มที่ โดยมีไฮไลต์หลักดังนี้
- หาดนางทอง: อีกหนึ่งที่เที่ยว Unseen in Thailand ของพังงา ด้วยหาดทรายสีดำที่จะเห็นชัดหลังฝนตกพร้อมประภาคารที่ตั้งอยู่บนโขดหินกลางทะเล กลายเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก
- เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหลัก: เส้นทางเดินป่าระยะทางไป-กลับประมาณ 2 กิโลเมตร เริ่มต้นจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานฯ เดินง่าย ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง ระหว่างทางสามารถชมธรรมชาติริมชายฝั่งและเก็บภาพสัตว์ป่าเล็ก ๆ ได้อย่างใกล้ชิด
- น้ำตกลำรู่: น้ำตกขนาดกลางภายในอุทยานฯ ที่แบ่งเป็นทั้งหมด 5 ชั้น สามารถลงเล่นน้ำได้ตลอดทั้งปี ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่นและเงียบสงบ
9. หาดท้ายเหมือง – เขาหน้ายักษ์

หาดท้ายเหมือง ชายหาดริมทะเลอันดามันที่ทอดยาวกว่า 13.6 กิโลเมตร ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง รายล้อมด้วยแนวทิวสนริมชายหาด และได้รับการยกย่องให้เป็นชายหาดระดับ 5 ดาวจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงรางวัลอุทยานสีเขียวระดับดีเยี่ยม
ที่นี่เป็นพื้นที่สำคัญที่เต่ามะเฟืองจะกลับขึ้นมาวางไข่อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมที่มีกิจกรรมประเพณีเดินเต่า หรือประเพณีปล่อยลูกเต่าคืนสู่ทะเล ซึ่งสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติเป็นอย่างดี
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ซ่อนตัวอยู่บริเวณเดียวกันคือ เขาหน้ายักษ์ ชายหาดลับของพังงาที่มีโขดหินรูปร่างลักษณะคล้ายใบหน้าของยักษ์ ที่กลายเป็นแลนด์มาร์กสุด Unseen ที่ทั้งสวยและโดดเด่น เหมาะกับสายคอนเทนต์และคนที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของทะเลพังงาในมุมที่แตกต่าง
10. เกาะยาวน้อย – เกาะยาวใหญ่

หนึ่งในแลนด์มาร์กของพังงาที่หลายคนคงคุ้นตาจากแคมเปญ Amazing Thailand คือ เกาะยาว ประกอบด้วย 2 เกาะหลัก คือ เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ เหมาะกับสายโลคอลที่ต้องการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ พร้อมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม
- เกาะยาวน้อย: เน้นท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยมีกิจกรรมให้เลือกหลากหลาย อาทิ ปั่นจักรยานชมวิวท้องนา สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน ล่องเรือชมกระชังปลา พร้อมชมนกเงือกที่ปัจจุบันมีการอนุรักษ์กว่า 200 ตัว
- เกาะยาวใหญ่: เกาะขนาดใหญ่ที่ยังคงเสน่ห์ของชุมชนท้องถิ่นและธรรมชาติไว้อย่างสมบูรณ์ ไฮไลต์สำคัญคือ แหลมหาด สันทรายสีขาวที่ทอดตัวคดเคี้ยวกลางทะเลยาวเกือบ 1.5 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างเกาะยาวใหญ่และเกาะยาวน้อย เป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพที่สวยงาม จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 21 ของโลกจาก World Beach Guide ปี 2023
11. เกาะไข่

จากเกาะยาวใหญ่ เดินทางด้วยเรือหางยาวประมาณ 30 นาที จะถึงหมู่เกาะไข่ อีกหนึ่งที่เที่ยวยอดนิยมของพังงาประกอบด้วยเกาะไข่ใน เกาะไข่นุ้ย และเกาะไข่นอก เหมาะทั้งกับการเล่นน้ำ ดำน้ำตื้น และพักผ่อนริมทะเลแบบวันเดย์ทริป ท่ามกลางบรรยากาศสดใสของหมู่เกาะน้อยใหญ่
- เกาะไข่ใน หรือเกาะไข่แมว: สายทาสแมวต้องหลงรักเกาะนี้ เพราะที่นี่มีแมวจำนวนมากกว่า 80 ตัวอาศัยอยู่ บริเวณเกาะรายล้อมด้วยหาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลใส พร้อมกิจกรรมอย่างบานานาโบตและเจ็ตสกี
- เกาะไข่นุ้ย: อยู่ถัดจากเกาะไข่ในประมาณ 10 นาที ที่นี่เป็นจุดดำน้ำตื้นยอดนิยมที่มีแนวปะการังน้ำตื้นและปลาสวยงามจำนวนมาก แม้ไม่สามารถขึ้นเกาะได้ แต่เหมาะกับการเล่นน้ำและดำน้ำชมธรรมชาติใต้ทะเล ทั้งนี้ควรระวังการเล่นน้ำบริเวณน้ำตื้น เนื่องจากมีหอยเม่นกระจายตัวอยู่
- เกาะไข่นอก: ได้ฉายาว่า ไข่ดาวกลางทะเล ด้วยหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส และจุดชมวิวบนเนินเขาระยะสั้นประมาณ 80 เมตร สามารถชมบรรยากาศเพิ่มเติมได้ที่ เที่ยว เกาะไข่นอก อีกหนึ่งเกาะสวรรค์ในทะเลอันดามัน
สัมผัสความบริสุทธิ์ของธรรมชาติในพังงาผ่านอ้อมกอดขุนเขา
12. น้ำตกตำหนัง

น้ำตกตำหนัง น้ำตกขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีพังงา เหมาะกับแวะมารีชาร์จพลังกายและใจ ด้วยการนั่งแช่น้ำเย็น ๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด ไฮไลต์ของที่นี่คือฝูงปลาพวงที่ว่ายอยู่รอบตัวนักท่องเที่ยว โดยสามารถเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานฯ เพียง 500 เมตร ก็จะได้ชมความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้
13. ถ้ำพุงช้าง

อีกหนึ่งพิกัดที่สายผจญภัยไม่ควรพลาดต้องที่ถ้ำพุงช้าง ถ้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในวัดประพาสประจิมเขต ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Unseen in Thailand โดยการเดินทางต้องล่องเรือเข้าถ้ำ ต่อด้วยนั่งแพไม้ไผ่ และเดินเท้าลุยน้ำ ผ่านเส้นทางประมาณ 1,200 เมตร ซึ่งมีไกด์คอยนำทางตลอดเส้นทาง ไฮไลต์สำคัญคือ ราชาช้างเผือก หินที่มีลักษณะคล้ายรูปช้างขนาดใหญ่พร้อมประดับเศวตฉัตรด้านบนหลังอยู่กลางถ้ำ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยว
14. ล่องแพไม้ไผ่วังเคียงคู่

นอกจากล่องเรือผจญภัยในถ้ำแล้ว พังงายังมีล่องแพไม้ไผ่ไปตามลำน้ำธรรมชาติของคลองวังเคียงคู่ที่มีต้นกำเนิดจากอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ โดยนักท่องเที่ยวจะได้นั่งบนแพไม้ไผ่ล่องไปช้า ๆ ท่ามกลางความร่มรื่นของป่าที่โอบล้อมสองฝั่งลำธาร ตลอดเส้นทางระยะทาง 3 กิโลเมตร เหมาะกับการพักผ่อน และแวะลงเล่นน้ำคลายร้อนบริเวณน้ำตกวังเคียงคู่ ทั้งยังมีกิจกรรมเอาใจสายแอดเวนเจอร์อย่างขับรถ ATV และซิปไลน์อีกด้วย
15. เขาพัง (หุบเขาอวตาร)
สำหรับนักเดินทางสายลุย ต้องปักหมุดมาที่เขาพังหรือหุบเขาอวตาร อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา จุดชมวิวระดับ Unseen ที่โอบล้อมด้วยความยิ่งใหญ่ของกลุ่มภูเขาหินปูนโดยการพิชิตยอดเขาแห่งนี้ จะต้องเดินเท้าประมาณ 1 ชั่วโมง ผ่านระยะทางประมาณ 800 เมตร โดยในบางช่วงของเส้นทางมีความชันสูงถึง 90 องศา แต่มีแนวเชือกให้จับพยุงตัวตลอดเส้นทาง
หากมีเวลาแนะนำให้พักแรมเพื่อดื่มด่ำกับหมู่ดาวในยามค่ำคืน และตื่นมาต้อนรับทะเลหมอกที่ลอยคลอเคลียยอดเขาในช่วงฤดูฝน
16. เขาไข่นุ้ย

เขาไข่นุ้ย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา จุดหมายสำหรับคนที่อยากสัมผัสวิวทะเลหมอกแบบไม่ต้องเดินทางไกล อยู่ห่างจากเขาหลักเพียง 30 นาที ไฮไลต์สำคัญคือจุดชมทะเลหมอก 2 มุม ทั้งจุดด้านบนที่มองเห็นวิวกว้างไกลสุดสายตา และจุดด้านล่างที่มีต้นไม้ธรรมชาติ โดยช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมทะเลหมอกคือประมาณ 05:30-08:00 น.
สำหรับใครที่ต้องการนอนชมทะเลดาวยามค่ำคืน ที่นี่ยังมีบริการบ้านพักและลานกางเต็นท์จากชาวบ้านในพื้นที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น ให้ได้นอนชมบรรยากาศแบบชิล ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย
ตามรอยวิถีชุมชนและเสน่ห์เมืองเก่าของพังงา
17. เกาะปันหยี

เกาะปันหยี หมู่บ้านชาวประมงมุสลิมกลางน้ำในอ่าวพังงาที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี โดยนักท่องเที่ยวมักนิยมแวะมารับประทานอาหารทะเลสด ๆ ระหว่างทริปล่องเรือเที่ยวเขาพิงกันและเกาะตะปู พร้อมสัมผัสบรรยากาศชุมชนที่เรียบง่ายและอบอุ่น โดยสามารถเดินทางมายังเกาะได้ด้วยเรือหางยาวหรือสปีดโบตจากท่าเรือในจังหวัดพังงา ใช้เวลาเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น
ไฮไลต์สำคัญของเกาะปันหยีคือ สนามฟุตบอลลอยน้ำอันโด่งดัง ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจของเด็ก ๆ ในชุมชนที่อยากมีพื้นที่เล่นฟุตบอลจนกลายเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก นอกจากนี้ยังมีมัสยิดดารุสซาลามซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน รวมถึงร้านขายของฝากพื้นบ้าน ทั้งผ้าบาติก เครื่องประดับจากหอยมุก และอาหารทะเลแปรรูปให้เลือกซื้อกลับไปเป็นที่ระลึก
18. เมืองเก่าตะกั่วป่า

เมืองเก่าตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่ยังคงรักษาเสน่ห์แห่งวันวาน ผ่านอาคารสไตล์ชิโน-โปรตุกีสที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสวยงาม สะท้อนความรุ่งเรืองในยุคเหมืองแร่ดีบุกและอิทธิพลวัฒนธรรมไทย-จีนที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว ทั้งวิถีชีวิต อาหาร และสถาปัตยกรรม ทั้งยังมีคาเฟเก๋ ๆ สตรีทอาร์ต เหมาะกับสายถ่ายรูปและคนที่ชอบชมเสน่ห์เมืองเก่าแบบสโลว์ไลฟ์
- ถนนคนเดินตะกั่วป่า: ถนนสายวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยอาหารพื้นบ้าน ของกินย้อนยุค และงานฝีมือท้องถิ่น ช่วงพฤศจิกายนถึงพฤษภาคมของทุกปี โดยเปิดให้เดินชมทุกเย็นวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 15:00-20:00 น.
- ศาลเจ้าซินใช่ตึ๋ง: ศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ โดยมีสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม สามารถแวะสักการะเจ้าพ่อกวนอู เพื่อเสริมสิริมงคล และขอพรเรื่องการงาน ธุรกิจ และความเจริญรุ่งเรืองได้
- คลองสังเน่ห์: จุดล่องเรือชมธรรมชาติที่ได้รับฉายาว่า Little Amazon ของพังงา รายล้อมด้วยป่าชายเลนและต้นไม้ใหญ่สุดร่มรื่น
19. ชุมชนบ้านท่าดินแดง

นอกจากล่องเรือหัวโทงชมเขาหน้ายักษ์แล้ว ชุมชนบ้านท่าดินแดง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ยังเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชนอย่างใกล้ชิด
ภายในพื้นที่รายล้อมด้วยป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ สามารถพายเรือคายัคลัดเลาะไปตามลำคลองเล็ก ๆ ชมระบบนิเวศและวิถีประมงพื้นบ้านดั้งเดิม พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์เหมืองแร่ดีบุกผ่านการสาธิตร่อนแร่แบบโบราณจากชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงชมศูนย์เรียนรู้การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์และลิ้มลองความสดใหม่ของผักที่ได้ร่วมเก็บ
20. ชุมชนบ้านโคกไคร

สำหรับสายเวลเนส ต้องไม่พลาดสปาโคลนธรรมชาติที่ ชุมชนบ้านโคกไคร อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ที่นี่ใช้โคลนร้อนจากธรรมชาติซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุ สามารถพอกได้ทั้งใบหน้าและลำตัว ท่ามกลางบรรยากาศป่าชายเลนที่เงียบสงบริมคลองมะรุ่ยและวิวเขาหมูกโครง
ทั้งยังมีโอกาสได้เรียนรู้วิถีประมงพื้นบ้าน อย่างการเลี้ยงหอยตลับ การตกปลา และธนาคารปูมดแดง พร้อมแวะซื้อของฝากอย่างกะปิตำมือและเครื่องแกงตำมือ ที่พัฒนาจากของดีท้องถิ่นกลับไปฝากคนที่รักกัน
ของฝากที่ไม่ควรพลาด เมื่อไปเที่ยวพังงา
1. ขนมเต้าส้อ

เต้าส้อ ของฝากขึ้นชื่อที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวจังหวัดพังงา โดยเฉพาะสูตรดั้งเดิมจากอำเภอท้ายเหมืองและตะกั่วป่า ซึ่งมีไส้ถั่วเขียวเนื้อแน่น ห่อด้วยแป้งบางกรอบ ที่ได้ทั้งความหอมของแป้งอบสดใหม่และความละมุนของไส้ด้านใน เหมาะทั้งซื้อเป็นของฝากและทานคู่กับชา กาแฟ ในช่วงพักผ่อนระหว่างทริปเที่ยวพังงา
2. ปลาฉิ้งฉ้างอบแห้ง

ปลาฉิ้งฉ้าง หรือปลากะตักอบแห้ง เป็นอีกหนึ่งของฝากชื่อดังจากจังหวัดพังงา โดยเฉพาะปลาฉิ้งฉ้างจากเกาะยาวใหญ่ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพและความสดใหม่ ที่สามารถนำไปทานเล่นแบบเพลิน ๆ หรือใช้ปรุงอาหารได้หลากหลาย ทั้งยำ คั่วกรอบ หรือทานคู่ข้าวต้มก็อร่อยลงตัว
3. แกงไตปลาสำเร็จรูป

ใครที่ได้ไปเที่ยวจังหวัดพังงา ต่างก็ติดใจเสน่ห์ของอาหารใต้รสเข้มข้นจัดจ้าน จนทำให้แกงไตปลาสำเร็จรูปกลายเป็นหนึ่งในของฝากยอดนิยม ด้วยรสเผ็ดร้อน หอมเครื่องแกง และความกลมกล่อมแบบต้นตำรับ จะทานคู่ข้าวสวย ผักสด หรือขนมจีนก็ได้รสชาติแบบอาหารใต้แท้ ๆ
4. กาละแมพังงาโบราณ

สำหรับใครที่มองหาของฝากเป็นของหวาน ต้องซื้อกาละแมสูตรโบราณจากจังหวัดพังงา ด้วยรสชาติหวานมันและเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบแบบขนมไทยดั้งเดิม โดยเฉพาะของกลุ่มแม่บ้านตีนเป็ด อำเภอท้ายเหมือง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวนุ่ม มีให้เลือกทั้งรสดั้งเดิมและรสใบเตย โดยยังคงใช้วิธีกวนสดใหม่ด้วยเตาถ่าน ทำให้ได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสชาติละมุนแบบโบราณ ซื้อกลับไปฝากใครก็ติดใจแน่นอน
5. ลูกชกสด

ลูกชก ผลไม้หายากที่ชาวบ้านจะออกหาลูกชกเพื่อนำมาต้มและแปรรูปขายเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคมของทุกปี มีเนื้อใสนุ่มหนึบ นิยมนำมาทำเป็นของหวานสดชื่นอย่างลูกชกลอยแก้ว หรือลูกชกเชื่อมน้ำใบเตย ที่ทั้งหอมหวานและชื่นใจ
เที่ยวพังงาช่วงไหนดี? แนะนำช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเที่ยวพังงา

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวจังหวัดพังงามากที่สุด คือระหว่างเดือนธันวาคมถึงมีนาคม เพราะเป็นช่วงที่สภาพอากาศแจ่มใส ท้องฟ้าเปิด คลื่นลมสงบ เหมาะกับกิจกรรมทางทะเลอย่างการล่องเรือเที่ยวเกาะ หรือออกทริปดำน้ำอย่างหมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ และเกาะไข่ ซึ่งเป็นช่วงที่ทะเลสวยและน้ำใสที่สุดของปี
ส่วนเดือนเมษายนและพฤศจิกายนถือเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู อาจมีฝนตกประปรายหรือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้บ้าง จึงควรติดตามพยากรณ์อากาศก่อนวางแผนเดินทาง โดยเฉพาะกิจกรรมทางทะเลและการเดินทางไปยังเกาะต่าง ๆ แต่ก็เป็นช่วงที่ธรรมชาติมีความเขียวชอุ่มและสดชื่น มีโอกาสได้ชมทะเลหมอกที่เขาพัง และสัมผัสบรรยากาศร่มรื่นผ่านกิจกรรมล่องแพไม้ไผ่คลองวังเคียงคู่ ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
รวมคำถาม-คำตอบเกี่ยวกับที่เที่ยวพังงา
เที่ยวพังงาควรใช้เวลากี่วัน?
เที่ยวพังงาควรใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน สำหรับเก็บไฮไลต์สำคัญทั้งขับรถเที่ยวจุดชมวิว น้ำตก และย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า รวมถึงทำกิจกรรมระหว่างเกาะ ส่วนใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศแบบไม่เร่งรีบ แนะนำให้เผื่อเวลาเป็น 4 วัน 3 คืน เพื่อได้ซึมซับกับวิถีชาวท้องถิ่น ชมทะเลหมอก หรือแวะพักผ่อนบนเกาะต่าง ๆ ได้อย่างเต็มอิ่มมากขึ้น
เที่ยวพังงา พักบริเวณโซนไหนดี?
พังงามีที่พักให้เลือกหลากหลายโซน โดยแนะนำโซนเขาหลัก เหมาะสำหรับสายพักผ่อนริมทะเล เพราะเต็มไปด้วยรีสอร์ตติดหาด ส่วนโซนเสม็ดนางชีเหมาะกับคนที่อยากตื่นมาชมวิวอ่าวพังงาแบบพาโนรามา โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ขณะที่โซนตัวเมืองพังงาจะตอบโจทย์สายเที่ยวชิล ชอบกลิ่นอายวัฒนธรรม และสะดวกสบาย
การเดินทางในจังหวัดพังงาสะดวกไหม?
การเดินทางภายในจังหวัดพังงาค่อนข้างสะดวก โดยเฉพาะหากเช่ารถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์จะช่วยให้เที่ยวได้คล่องตัวมากขึ้น ทั้งนี้ ภายในตัวเมืองยังมีทั้งรถสองแถว รถตู้ และบริการ Grab ให้ใช้งาน รวมถึงมีท่าเรือใกล้ตัวเมืองหลายแห่งสำหรับเดินทางไปเที่ยวเกาะต่าง ๆ เช่น อ่าวพังงา หมู่เกาะสิมิลัน และหมู่เกาะสุรินทร์ ทำให้สามารถวางแผนเที่ยวได้สะดวกทั้งทางบกและทางทะเล
เปิดโลกชมความงามทะเลอันดามัน ค้นพบเส้นทางใหม่ๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
- เส้นทางเที่ยวทะเลอันดามัน รวมครบจุดเช็คอินที่ต้องไปให้ได้
- รวมที่เที่ยวภูเก็ต ทริปเดียวคุ้ม ครบทุกกิจกรรม
- หาดภูเก็ต ทะเลสวยที่ต้องไปสัมผัสเองสักครั้ง
- เกาะน่าเที่ยวภูเก็ต ธรรมชาติสวย ทะเลใส
- เปิดลิสต์สถานที่เที่ยวกระบี่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
เช็คอินพังงา เมืองท็อปโลกที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวดีที่สุด ไปกับ Bangkok Airways

ออกเดินทางไปซึมซับความงามที่ซ่อนอยู่ในพังงา เดินทางสะดวกด้วยเที่ยวบินตรงสู่ภูเก็ตและกระบี่ โดยสายการบิน Bangkok Airways ที่พร้อมดูแลทุกท่าน ด้วยบริการครบวงจร เพื่อให้ทุกช่วงเวลาได้เก็บเกี่ยวความประทับใจท่ามกลางทะเลอันดามัน และบรรยากาศแสนอบอุ่นของเมืองแห่งความสุขแห่งนี้
- บริการห้องรับรองสำหรับผู้โดยสารทุกท่าน
- น้ำหนักโหลดกระเป๋าท่านละ 20 กิโลกรัม
- การเลือกที่นั่งบนเที่ยวบิน
- บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน