Bangkok Airways สรุปให้
- ทริปกระบี่ 3 วัน 2 คืน เริ่มจากเที่ยวอ่าวนาง พายเรือคายัคที่คลองหรูด ชมพระอาทิตย์ตกที่ดินแดงดอย และพักผ่อนริมทะเล จากนั้นเลือกเที่ยวทะเลแบบเต็มวันได้ทั้งทัวร์ 4 เกาะ สัมผัสทะเลแหวก หมู่เกาะห้อง หาดไร่เลย์-หาดถ้ำพระนาง วันสุดท้ายแวะแช่ตัวในสระมรกต น้ำตกร้อนคลองท่อม ก่อนสักการะขอพรวัดถ้ำเสือ พร้อมซื้อของฝากจากร้านจี้ออ กระบี่สินโอชาเบเกอรี่ หรือขนมครกถ้ำเสือ แล้วเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
- เที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน หากเน้นความสะดวกและวางแผนออกทริปทะเล แนะนำพักย่านอ่าวนาง เพราะใกล้ท่าเรือ ร้านอาหาร และบริษัททัวร์ ส่วนตัวเมืองกระบี่เหมาะกับคนที่ต้องการประหยัดและสัมผัสวิถีท้องถิ่น โซนไร่เลย์เหมาะกับการพักผ่อนริมทะเลและทำกิจกรรมผจญภัย ส่วนโซนคลองม่วงตอบโจทย์คู่รัก ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบเป็นส่วนตัว
ออกไปเที่ยวธรรมชาติสุด Unseen ทั้งทะเลใส เกาะสวย และแหล่งท่องเที่ยวโดดเด่นของกระบี่ กับแพลนเที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน ปี 2569 จาก Bangkok Airways เที่ยวง่าย เก็บครบทุกไฮไลต์ พร้อมแนะนำย่านที่พักและช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวที่สุด
สรุปแพลนเที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน ไม่พลาดทุกไฮไลต์สำคัญปี 2569

กระบี่เป็นจุดหมายที่รวมครบทั้งทะเลสวย เกาะชื่อดัง ธรรมชาติ และแลนด์มาร์กสำคัญ Bangkok Airways ได้สรุปแพลนเที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน เพื่อช่วยให้คุณวางแผนทริปได้ง่ายและเที่ยวได้คุ้มยิ่งขึ้น
วันที่ 1: ตัวเมืองกระบี่และอ่าวนาง
| เวลาโดยประมาณ | สถานที่ | ไฮไลต์และกิจกรรม |
| 08:00-11:30 น. | เดินทางสู่กระบี่ | – บินตรงประมาณ 1 ชม. 25 นาที – พักที่ Boutique Lounge – รับ Snack Box บนเครื่อง |
| 13:00-15:00 น. | อ่าวนาง-หาดไผ่ปล้อง | – เดินเล่นริมชายหาด – เดิน Monkey Trail 450 เมตร – ชมทะเลและหน้าผาหินปูน |
| 15:20-16:30 น. | คลองหรูด คลองน้ำใส | – พายเรือคายัค 1-1.5 กม. – ชมป่าเขตร้อนและป่าพรุ – เล่นน้ำในคลองน้ำใส |
| 16:50-18:00 น. | ดินแดงดอย | – เดินขึ้นจุดชมวิว 300 เมตร – ชมพระอาทิตย์ตกและวิว 360 องศา |
| 18:30 น. เป็นต้นไป | REEVE Beach Club Krabi | – รับประทานอาหารริมทะเล – ฟังดนตรีสดและดีเจ – ชมโชว์ควงกระบองไฟ |
วันที่ 2: เที่ยวทะเลเต็มวัน เลือก 1 เส้นทาง
| เวลาโดยประมาณ | สถานที่ | ไฮไลต์และกิจกรรม |
| 08:30-16:00 น. | ทัวร์ 4 เกาะ-ทะเลแหวก | – เดินชมสันทรายทะเลแหวก – ดำน้ำรอบเกาะไก่ – พักผ่อนที่เกาะปอดะ |
| 08:30-16:00 น. | หมู่เกาะห้อง | – เล่นน้ำที่เกาะห้อง – ขึ้นจุดชมวิว 419 ขั้น – ชมลากูนและแวะเกาะใกล้เคียง |
| 08:30-16:00 น. | ไร่เลย์-หาดถ้ำพระนาง | – พักผ่อนริมทะเล – ชมจุดปีนผาระดับโลก – เดินเล่นหรือพายเรือคายัค |
| 17:00 น. เป็นต้นไป | พักผ่อนตามอัธยาศัย | – เดินเล่นและหาร้านอาหาร – พักผ่อนในย่านที่พัก |
วันที่ 3: ธรรมชาติและแลนด์มาร์กสำคัญ
| เวลาโดยประมาณ | สถานที่ | ไฮไลต์และกิจกรรม |
| 08:30-11:00 น. | สระมรกต | – เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ – ชมสระแก้วและสระน้ำผุด – ลงเล่นน้ำที่สระมรกต |
| 11:20-12:30 น. | น้ำตกร้อนคลองท่อม | – แช่น้ำอุ่นในแอ่งธรรมชาติ – ผ่อนคลายในน้ำอุณหภูมิ 40-50 องศาเซลเซียส |
| 13:30-15:30 น. | วัดถ้ำเสือ | – พิชิตบันได 1,237 ขั้น – ชมวิวเมืองกระบี่ 360 องศา – สักการะและขอพร |
| 16:00-17:00 น. | ซื้อของฝาก | – ร้านจี้ออ – กระบี่สินโอชาเบเกอรี่ – ขนมครกถ้ำเสือ |
| 17:30 น. เป็นต้นไป | เดินทางกลับ | – เดินทางไปสนามบินกระบี่ – ควรมาถึงก่อนเที่ยวบิน 1.5-2 ชั่วโมง |
วันที่ 1 เที่ยวตัวเมืองกระบี่และอ่าวนาง
เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่กระบี่ กับบางกอกแอร์เวย์ส เพียง 1 ชั่วโมง 25 นาที

ทริปกระบี่ 3 วัน 2 คืน เริ่มต้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเดินทางกับบางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบินตรงสู่ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที ทั้งนี้ แนะนำให้มาถึงสนามบินล่วงหน้า 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง เพื่อเผื่อเวลาเช็คอิน ฝากสัมภาระ และผ่านจุดตรวจความปลอดภัย
หลังเช็คอิน สามารถแวะพักที่ Boutique Lounge ของบางกอกแอร์เวย์ส ภายในมีที่นั่งสบาย ๆ ของว่าง เครื่องดื่ม และอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ให้บริการ ระหว่างรอสามารถเช็กเที่ยวบิน ชาร์จโทรศัพท์ และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเที่ยววันแรก
1. เที่ยวอ่าวนาง -หาดไผ่ปล้อง

จุดหมายแรกหลังลงเครื่องคือ อ่าวนาง ชายหาดชื่อดังของกระบี่ที่ยาวกว่า 2 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญของจังหวัด บริเวณชายหาดมีกิจกรรมให้เลือกหลากหลาย ทั้งเล่นน้ำ อาบแดด พายเรือคายัค ดำน้ำ และปีนหน้าผาหินปูน
โดยกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการเดิน Monkey Trail จากอ่าวนางไปยังหาดไผ่ปล้อง ระยะทางประมาณ 450 เมตร ใช้เวลา 15-20 นาที เส้นทางเป็นทางเดินไม้เลียบโขดหิน บางช่วงค่อนข้างชัน และอาจพบลิงแสมระหว่างทาง เมื่อถึงปลายทางจะพบหาดเล็ก ๆ บรรยากาศสงบ โอบล้อมด้วยทะเลและหน้าผาหินปูน เหมาะสำหรับพักผ่อน เล่นน้ำ และถ่ายภาพ
สำหรับใครที่สนใจปักหมุดเที่ยวอ่าวนาง สามารถชมบรรยากาศเพิ่มเติมได้ที่ เจาะลึกอ่าวนาง กระบี่ รวมไฮไลต์ที่ต้องไปให้ครบ
2. มาพายเรือคายังที่คลองหรูด เล่นน้ำที่คลองน้ำใส

จากอ่าวนาง ขับรถต่อประมาณ 17 นาทีจะถึงคลองหรูด และคลองน้ำใส ในพื้นที่บ้านแหลมสอม บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะกับการพายเรือคายัคชมธรรมชาติ ระยะทางไป-กลับประมาณ 1-1.5 กิโลเมตร ค่าเช่าเรือ 150-300 บาท ระหว่างทางจะได้ชมป่าเขตร้อนและป่าพรุสองฝั่ง และมาเล่นน้ำที่คลองน้ำใสที่สามารถเดินทางมาได้ทั้งทางเรือและรถยนต์ โดยมีที่จอดรถ เรือคายัคให้เช่า และร้านอาหารไว้บริการ
3. ชมพระอาทิตย์ตกและวิว 360 องศาที่ดินแดงดอย

สำหรับใครที่อยากชมวิวภูเขายามเย็น ให้มาที่ดินแดงดอย จุดชมพระอาทิตย์ตกที่อยู่ห่างจากอ่าวนางประมาณ 15 นาที มีค่าเข้าพื้นที่คนละ 20 บาท และควรมาถึงก่อน 17:00 น. จากจุดจอดรถสามารถเดินขึ้นยอดดอยระยะทางประมาณ 300 เมตร ซึ่งทางค่อนข้างลาดชัน สามารถเลือกใช้บริการรถรับ-ส่งราคา 50 บาทได้
ด้านบนมองเห็นวิวแบบ 360 องศา ทั้งแนวภูเขาสลับซับซ้อนและทะเลฝั่งอ่าวพังงา นอกจากนี้ยังมีมุมถ่ายภาพและคาเฟเปิดถึงเวลา 18:00 น. เหมาะกับการนั่งจิบเครื่องดื่ม ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าก่อนกลับที่พัก
4. ทานอาหารเย็นริมทะเล ที่REEVE Beach Club Krabi
หลังชมพระอาทิตย์ตก ขับรถต่อประมาณ 18 นาทีไปยัง REEVE Beach Club Krabi ที่นี่มีทั้งอาหารยุโรป อาหารไทย และอาหารพื้นเมือง พร้อมเมนูซิกเนเจอร์ประจำเดือน ระหว่างมื้ออาหารยังเพลิดเพลินกับดนตรีสด ดีเจ และโชว์ควงกระบองไฟที่ช่วยเติมสีสันในยามค่ำคืน

วันที่ 2 เที่ยวทะเลกระบี่แบบเต็มวัน พร้อมสำรวจเส้นทางเกาะยอดนิยม
ออกไปสัมผัสทะเลกระบี่แบบเต็มวัน โดยมี 3 เส้นทางยอดนิยมให้เลือกตามสไตล์การเที่ยว ได้แก่ ทัวร์ 4 เกาะและทะเลแหวก หมู่เกาะห้อง และหาดไร่เลย์-หาดถ้ำพระนาง
ตัวเลือกที่ 1 ทัวร์ 4 เกาะ ทะเลแหวก

แพ็กเกจทัวร์ 4 เกาะและทะเลแหวก เหมาะกับคนที่อยากเก็บแลนด์มาร์กสุด Unseen ของทะเลกระบี่ให้ครบในวันเดียว ไฮไลต์คือ ทะเลแหวก ที่เชื่อมระหว่างเกาะไก่ เกาะทับ และเกาะหม้อ สามารถเดินข้ามเกาะ เล่นน้ำ และถ่ายภาพท่ามกลางทะเลใสได้
โดยโปรแกรมส่วนใหญ่มักรวมเกาะปอดะ ซึ่งมีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และโขดหินเด่นหน้าหาด พร้อมกิจกรรมดำน้ำตื้นและพักผ่อนริมทะเล โดยใช้เวลาเดินทางจากอ่าวนางประมาณ 20-30 นาที ทั้งนี้ ควรเช็กตารางน้ำขึ้น-น้ำลงล่วงหน้า เพื่อเลือกช่วงที่เห็นสันทรายได้ชัดที่สุด
- จุดเช็คอิน: สันทรายทะเลแหวกระหว่างเกาะทับ เกาะหม้อ และเกาะไก่ จุดถ่ายภาพเกาะไก่ที่มีรูปร่างคล้ายคอไก่ และชายหาดเกาะปอดะซึ่งมีโขดหินขนาดใหญ่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางทะเล
- กิจกรรมเด่น: เดินเล่นและถ่ายภาพบนสันทรายบริเวณทะเลแหวก ดำน้ำตื้นชมฝูงปลาและแนวปะการังบริเวณรอบเกาะไก่ ก่อนแวะเล่นน้ำทะเล รับประทานอาหาร และพักผ่อนบนชายหาดที่เกาะปอดะ
ตัวเลือกที่ 2 เที่ยวหมู่เกาะห้อง

สำหรับคนที่ชอบทะเลสีเขียวมรกต หาดทรายขาว และวิวภูเขาหินปูนของกระบี่ แนะนำแพ็กเกจเที่ยวหมู่เกาะห้อง ที่ด้านหน้าเกาะมีชายหาดโค้งคล้ายปีกนก เหมาะกับการเล่นน้ำและพักผ่อน อีกหนึ่งไฮไลต์คือจุดชมวิว 360 องศา ที่ต้องเดินขึ้นบันไดเหล็ก 419 ขั้น เพื่อชมทิวทัศน์หมู่เกาะกระบี่ไปจนถึงฝั่งพังงาจากมุมสูง
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ ล่องเรือชมลากูนเกาะห้อง แอ่งน้ำทะเลสีเขียวมรกตท่ามกลางหน้าผาหินปูนสูง เหมาะกับการชมวิวและถ่ายภาพบรรยากาศ โดยโปรแกรมส่วนใหญ่มักแวะเกาะเหลาลาดิงและเกาะผักเบี้ยด้วย ใช้เวลาเดินทางจากอ่าวนางประมาณ 45 นาที-1 ชั่วโมง ทั้งนี้ เส้นทางอาจปรับเปลี่ยนตามระดับน้ำทะเลและชนิดของเรือ
- วิธีเลือกแพ็กเกจทัวร์: โปรแกรมมาตรฐานจะพาเที่ยวประมาณ 3-6 จุด โดยมีจุดหลักอย่างเกาะห้อง ทะเลใน เกาะเหลาลาดิง และเกาะผักเบี้ย โดยบางแพ็กเกจอาจเพิ่มกิจกรรมพายเรือคายัคในบริเวณเกาะห้อง พร้อมจัดเซตปิกนิกริมชายหาด จึงควรเปรียบเทียบจำนวนจุดแวะ ระยะเวลาเที่ยว และกิจกรรมเสริมให้เหมาะกับความชอบและงบประมาณ
- จุดเช็คอิน: ชายหาดรูปปีกนกและจุดชมวิว 360 องศา ลากูนเกาะห้อง ชายหาดเล็กท่ามกลางหน้าผาของเกาะเหลาลาดิง และสันทรายบริเวณเกาะผักเบี้ย
- กิจกรรมเด่น: เล่นน้ำและพักผ่อนบนชายหาดเกาะห้อง เดินขึ้นบันได 419 ขั้นชมวิวจากยอดเขาสูงประมาณ 109 เมตร ล่องเรือหรือพายเรือคายัคชมลากูนเกาะห้อง ดำน้ำตื้นบริเวณหน้าเกาะเหลาลาดิง และเดินเล่นถ่ายภาพบนสันทรายของเกาะผักเบี้ย
ก่อนตัดสินใจเลือกเที่ยวหมู่เกาะห้อง สามารถชมบรรยากาศและไฮไลต์เพิ่มเติมได้ที่ คู่มือเที่ยวเกาะห้อง กระบี่ 2569 มรกตแห่งอันดามันที่ต้องไปสักครั้ง
ตัวเลือกที่ 3 เที่ยวไร่เลย์และหาดถ้ำพระนาง

หากอยากสัมผัสโลเคชันระดับโลก ต้องไม่พลาดแพ็กเกจหาดไร่เลย์-หาดถ้ำพระนาง โดยหาดไร่เลย์เคยติดอันดับชายหาดที่สวยที่สุดในโลก อันดับ 9 จาก The World Beach Guide ปี 2023 และยังเป็นแหล่งปีนผาระดับโลก ฝั่งตะวันตกมีชายหาดยาวกว่า 600 เมตร เหมาะกับการเล่นน้ำและชมพระอาทิตย์ตก ส่วนฝั่งตะวันออกเต็มไปด้วยเส้นทางปีนผาที่มีชื่อเสียง
จากหาดไร่เลย์สามารถเดินต่อไปยังหาดถ้ำพระนาง ซึ่งมีหาดทรายขาวยาวกว่า 400 เมตร เหมาะกับการเล่นน้ำ พายเรือคายัค และชมวิวผาหินปูนกลางทะเล เส้นทางนี้มักจัดเป็นทัวร์ครึ่งวันหรือรวมอยู่ในแพ็กเกจทัวร์ 4 เกาะ ทะเลแหวก จึงเหมาะกับผู้ที่อยากเก็บครบทุกไฮไลต์สำคัญของกระบี่ โดยไม่ต้องใช้เวลาเดินทางทางเรือนาน
- วิธีเลือกแพ็กเกจทัวร์: เลือกทัวร์ครึ่งวันสำหรับคนที่อยากเน้นเดินเล่น เล่นน้ำ และพักผ่อนบริเวณหาดไร่เลย์-หาดถ้ำพระนางโดยไม่เร่งรีบ หรือเลือกโปรแกรมที่รวมกับทัวร์ 4 เกาะ หากต้องการเก็บทั้งทะเลแหวก เกาะปอดะ และไร่เลย์ในวันเดียว ควรตรวจสอบเวลาแวะแต่ละจุด เพราะโปรแกรมรวมหลายเกาะอาจมีเวลาบนชายหาดค่อนข้างจำกัด
- จุดเช็คอิน: หาดไร่เลย์ตะวันตกสำหรับชมวิวทะเลและพระอาทิตย์ตก หาดไร่เลย์ตะวันออกสำหรับชมหน้าผาหินปูนและบรรยากาศแหล่งปีนผา หาดถ้ำพระนางและถ้ำพระนาง รวมถึง Railay Walking Street สำหรับแวะทานอาหารและเครื่องดื่ม
- กิจกรรมเด่น: เล่นน้ำและพักผ่อนที่หาดไร่เลย์ตะวันตกกับหาดถ้ำพระนาง พายเรือคายัคเลียบหน้าผาหินปูน ทดลองปีนผาบริเวณไร่เลย์ตะวันออก เดินขึ้นจุดชมวิวไร่เลย์หรือเส้นทาง Princess Lagoon สำหรับสายผจญภัย และชมพระอาทิตย์ตกริมชายหาด
ก่อนออกเดินทาง สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดเด่น กิจกรรม และวิธีเดินทางได้ที่ หาดไร่เลย์ ที่เที่ยวกระบี่ ชมความงามระดับโลก จัดเต็มกิจกรรม และ เที่ยวหาดถ้ำพระนาง กระบี่ หาดระดับโลก พร้อมแกะรอยตำนานรักพญานาค
วันที่ 3 เที่ยวชมธรรมชาติ เก็บแลนด์มาร์กดังของเมืองกระบี่ให้ครบ
1. ชมแหล่งน้ำธรรมชาติที่สระมรกต และแช่ตัวที่น้ำตกร้อนคลองท่อม

หลังเที่ยวทะเลกระบี่มาตลอด 2 วัน วันที่ 3 แวะรีชาร์จพลังกายและใจที่ สระมรกต แลนด์มาร์กสาย Wellness ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ระหว่างเดินตามเส้นทางจะได้สัมผัสบรรยากาศร่มรื่นของป่าดิบชื้น พร้อมแวะชมแหล่งน้ำธรรมชาติทั้งหมด 3 แห่ง โดยแต่ละแห่งมีความสวยงามและข้อควรรู้ที่แตกต่างกัน
- สระแก้ว: สระน้ำใสที่เปิดให้ชมความงาม แต่ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ เนื่องจากบางจุดมีความลึกและพื้นด้านล่างเป็นโคลน
- สระมรกต: ไฮไลต์หลักของพื้นที่ เป็นสระน้ำใส ขนาดประมาณ 25 x 20 เมตร ลึก 1.5-2 เมตร ซึ่งสามารถลงเล่นน้ำได้ เหมาะกับการแช่ตัวคลายร้อน
- สระน้ำผุด: ที่ต้องเดินต่ออีกประมาณ 600 เมตร เพื่อชมต้นกำเนิดของสายน้ำสีมรกต โดยบริเวณนี้ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ
สามารถชมข้อควรรู้ก่อนเที่ยวได้ที่ พาเที่ยวสระมรกต กระบี่ จุดเช็คอินสุด Unseen ที่สายเวลเนสห้ามพลาด

จากสระมรกต ขับรถต่อประมาณ 16 นาทีจะถึงน้ำตกร้อนคลองท่อม อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว Unseen Thailand ซึ่งเกิดจากน้ำร้อนใต้ดินไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินปูนเป็นน้ำตกสูง 3 ชั้น รวมประมาณ 3 เมตร พร้อมแอ่งธรรมชาติที่สามารถลงไปแช่ตัวให้ผ่อนคลายในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 40-50 องศาเซลเซียสได้ นอกจากนี้ ภายในยังมีบ่อแช่น้ำร้อนกลางแจ้งและบริการนวดแผนไทยท่ามกลางธรรมชาติอีกด้วย
2. ไหว้พระขอพรที่วัดถ้ำเสือ พร้อมชมวิวกระบี่ 360 องศา

ก่อนเดินทางกลับ แวะอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง วัดถ้ำเสือ บนเขาแก้ว ตำบลกระบี่น้อย ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินกระบี่ประมาณ 9 กิโลเมตร ไฮไลต์สำหรับสายลุยคือการพิชิตบันได 1,237 ขั้นขึ้นสู่ยอดเขาแก้ว ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุเจดีย์ รอยพระพุทธบาทจำลอง และพระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่ พร้อมชมวิวเมืองกระบี่ แบบ 360 องศา ส่วนใครไม่สะดวกขึ้นยอดเขา สามารถเดินชมถ้ำและบรรยากาศร่มรื่นภายในวัด พร้อมแวะกราบขอพรเจ้าแม่กวนอิมองค์สูง 5 เมตรได้เช่นกัน
สำหรับใครที่สะดวกแวะวัดถ้ำเสือ สามารถชมคู่มือเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ วัดถ้ำเสือ…กับการพิชิตบันได 1,237 ขั้น เพื่อมองดูกระบี่ในมุมที่สวยที่สุด
3. แวะร้านของฝาก เช่น ร้านจี้ออ กระบี่สินโอชาเบเกอรี่ และขนมครก ถ้ำเสือ
ก่อนมุ่งหน้าไปท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ แวะซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านกันสักหน่อย โดยมี 3 ร้านน่าสนใจที่สามารถเลือกแวะได้ตามเส้นทาง
- ร้านจี้ออ กระบี่: ศูนย์รวมของฝากเมืองกระบี่ที่เริ่มต้นจากน้ำพริกสูตรครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปและของฝากพื้นเมืองหลากหลายชนิด เช่น น้ำพริกกุ้งเสียบ และเต้าส้อไส้หวานไข่เค็ม รวมถึงไข่มุกแท้จากร้านกระบี่เพิร์ล
- กระบี่สินโอชาเบเกอรี่: ร้านเบเกอรี่ขึ้นชื่อที่ทำขนมสดใหม่ทุกวัน มีเมนูยอดนิยมอย่างเต้าส้อ ขนมเปี๊ยะโมจิ กะหรี่พัฟไส้สังขยา และเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ นอกจากนี้ยังมีอาหารจานเดียวรสจัดจ้าน เช่น ราดหน้าและสุกี้แห้งทะเล สำหรับเติมพลังก่อนเดินทางกลับ
- ขนมครกถ้ำเสือ: ใครที่แวะวัดถ้ำเสือสามารถปักหมุดร้านนี้ต่อได้เลย เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณทางเข้าวัดถ้ำเสือ ไฮไลต์คือขนมครกไม่มีไส้ ที่สามารถเลือกได้ระหว่างหวานมันกับไม่หวาน (จิ้มกับน้ำตาล) หอมกลิ่นกะทิ เนื้อกรอบนอกนุ่มใน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดกระบี่
เดินทางไปท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่

หลังเลือกซื้อของฝากเรียบร้อย ก็ถึงเวลาเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่เพื่อเตรียมเดินทางกลับ แนะนำให้มาถึงสนามบินล่วงหน้า 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง เพื่อเผื่อเวลาเช็คอิน ฝากสัมภาระ และผ่านจุดตรวจความปลอดภัย ก่อนจบทริปกระบี่ 3 วัน 2 คืนที่เก็บได้ครบทุกความประทับใจ ทั้งเที่ยวทะเล สัมผัสธรรมชาติ ไหว้พระ และซื้อของฝากกลับบ้าน
เที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน ควรพักย่านไหนดี?

1. อ่าวนาง: ร้านอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกครบ เดินทางไปท่าเรือง่าย
เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกครบและวางแผนออกทริปทะเล เพราะใกล้จุดขึ้นเรือ ร้านค้า บริษัททัวร์ และร้านอาหาร โดยสถานที่เด่นในย่านนี้ คือ หาดอ่าวนาง หาดนพรัตน์ธารา ร้านวังทรายซีฟู้ด และ REEVE Beach Club Krabi จึงเหมาะกับผู้ที่มาเที่ยวกระบี่ครั้งแรกหรือชอบบรรยากาศคึกคักยามค่ำคืน
2. ตัวเมืองกระบี่: ที่พักราคาเข้าถึงง่าย ใกล้ถนนคนเดินและร้านอาหารท้องถิ่น
เหมาะกับคนที่มองหาที่พักราคาเข้าถึงง่ายและอยากสัมผัสวิถีท้องถิ่น สามารถเดินเที่ยวถนนคนเดินกระบี่ แวะหาของกินที่ตลาดโต้รุ่งท่าเรือเจ้าฟ้า ชมประติมากรรมปูดำ หรือขึ้นเรือจากท่าเรือเจ้าฟ้าไปชมเขาขนาบน้ำได้ แต่ควรเผื่อเวลาเดินทางไปยังท่าเรือฝั่งอ่าวนางหากมีแพลนเที่ยวเกาะ
3. ไร่เลย์: บรรยากาศสงบ เหมาะกับการพักผ่อนริมทะเล
เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนท่ามกลางชายหาดและหน้าผาหินปูน โดยต้องเดินทางเข้า-ออกด้วยเรือเท่านั้น สถานที่น่าสนใจมีทั้งหาดไร่เลย์ตะวันตก หาดถ้ำพระนาง จุดปีนผา และร้าน The Grotto ภายในรายาวดีรีสอร์ต ซึ่งตั้งอยู่ใต้เพิงผาริมหาด เหมาะกับทั้งการพักผ่อน เล่นน้ำ พายเรือคายัค และทำกิจกรรมผจญภัย
4. คลองม่วง: เงียบสงบ เป็นส่วนตัว เหมาะกับคู่รักและคนที่ไม่ชอบความวุ่นวาย
เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบเป็นส่วนตัว มีหาดคลองม่วงสำหรับเดินเล่นและชมพระอาทิตย์ตก พร้อมรีสอร์ตติดทะเล เช่น ดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ต ซึ่งมีบรีซ บีช บาร์ และ Mangosteen’s ส่วนโซนทับแขกที่อยู่ใกล้กันมีเดอะ ทับแขก กระบี่ บูทีค รีสอร์ต และเส้นทางเดินป่าเขาหงอนนาคให้เลือกเที่ยวเพิ่มเติม แต่ร้านค้าจะไม่มากเท่าฝั่งอ่าวนาง
เที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน ช่วงไหนดี? แนะนำช่วงเวลาน่าเที่ยวที่สุด

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน คือช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวที่ท้องฟ้าแจ่มใส ฝนน้อย และคลื่นลมสงบ เหมาะกับกิจกรรมกลางทะเลอย่างทัวร์ 4 เกาะ ชมทะเลแหวก ดำน้ำบริเวณเกาะไก่ เล่นน้ำและพักผ่อนที่เกาะปอดะ หรือออกเรือไปเที่ยวหมู่เกาะห้อง นอกจากนี้ยังเหมาะกับการเที่ยวไร่เลย์และหาดถ้ำพระนาง พายคายัค ปีนหน้าผา ได้สบาย โดยที่อากาศไม่ร้อนจนเกินไป
ช่วงเดือนพฤศจิกายนและเมษายนยังเดินทางได้ แต่อาจมีฝนตกประปราย ส่วนเดือนพฤษภาคม-ตุลาคมเป็นช่วงมรสุม ทะเลอาจมีคลื่นลมแรงและทัวร์บางเส้นทางอาจหยุดให้บริการ หากเดินทางช่วงนี้ควรเน้นเที่ยวบนฝั่ง เช่น สระมรกต น้ำตกร้อนคลองท่อม และวัดถ้ำเสือ พร้อมตรวจสอบพยากรณ์อากาศ ตารางน้ำขึ้น-น้ำลง และประกาศการเดินเรือก่อนออกเดินทาง
รวมคำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน
เที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน ควรแวะซื้อของฝากอะไรบ้าง?
เที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน ควรแวะซื้อของฝาก เช่น น้ำพริกกุ้งเสียบและเต้าส้อไส้หวานไข่เค็มจากร้านจี้ออ รวมถึงไข่มุกแท้จากฟาร์มของร้านกระบี่เพิร์ลที่อยู่ภายในร้านจี้ออ นอกจากนี้ยังมีเต้าส้อ ขนมเปี๊ยะโมจิ กะหรี่พัฟไส้สังขยา และเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบใหม่จากกระบี่สินโอชาเบเกอรี่ ปิดท้ายด้วยขนมครกถ้ำเสือ หอมกะทิ กรอบนอกนุ่มใน ซึ่งเป็นสินค้า OTOP ของกระบี่
ควรเลือกทัวร์ 4 เกาะหรือหมู่เกาะห้อง กระบี่?
สำหรับคนที่มาเที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน สามารถเลือกได้ตามสไตล์เที่ยว งบประมาณ และเวลาที่ต้องการใช้ในแต่ละจุด หากอยากเก็บแลนด์มาร์กกระบี่สุด Unseen แนะนำทัวร์ 4 เกาะ เพราะได้ชมทะเลแหวก เกาะไก่ เกาะทับ เกาะหม้อ และพักผ่อนที่เกาะปอดะ ส่วนหมู่เกาะห้อง เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศสงบ จุดชมวิว 360 องศา และลากูนกลางหน้าผา
ควรเตรียมงบเที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน ประมาณเท่าไหร่?
ควรเตรียมงบเที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืนประมาณ 5,000-8,000 บาทต่อคน สำหรับที่พักระดับกลาง อาหาร การเดินทาง และทัวร์เที่ยวระหว่างเกาะ และอาจมากกว่า 9,000-12,000 บาทต่อคน หากเลือกพักรีสอร์ตริมทะเล รับประทานอาหารในบีชคลับ และใช้บริการเรือเหมาส่วนตัว
เที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน โดยไม่เช่ารถได้ไหม?
เที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืนโดยไม่เช่ารถได้ โดยเลือกพักย่านอ่าวนางหรือตัวเมือง แล้วใช้รถรับส่งสนามบิน แท็กซี่ รถโดยสารประจำทาง หรือรถสองแถวสำหรับเดินทางบนฝั่ง ส่วนทัวร์ 4 เกาะและหมู่เกาะห้องมักมีบริการรับ-ส่งจากโรงแรม ส่วนไร่เลย์สามารถเดินทางด้วยเรือหางยาวจากอ่าวนางได้
ค้นพบมุมใหม่ของกระบี่ ผ่านจุดเช็คอินและเสน่ห์ที่หลากหลายได้ที่นี่
- ล่องเรือหัวโทงชม เขาขนาบน้ำ โลเคชันหนังดังระดับโลกของเมืองกระบี่
- เปิดลิสต์สถานที่เที่ยวกระบี่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
- คู่มือเที่ยวอ่าวมาหยา จุดหมายในฝันของคนรักทะเลอันดามัน
- คู่มือเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ตามรอยโลเคชันหนังดัง
- รวมไฮไลต์สุดปังของเกาะพีพี กระบี่ ที่คนรักทะเลต้องไปสักครั้ง!
- อัปเดต! วิธีเดินทางไปเกาะพีพี กระบี่ ฉบับมือใหม่ ไปเองไม่มีหลง
- เกาะลันตา หนีเมืองวุ่นวาย ไปพักกายสุดชิล
บันทึกความประทับใจจากทุกไฮไลต์ในทริปเที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน ไปกับ Bangkok Airways

สัมผัสเสน่ห์ของกระบี่ผ่านทริป 3 วัน 2 คืน เดินทางสะดวกด้วยเที่ยวบินตรงสู่กระบี่ โดยสายการบิน Bangkok Airways ที่พร้อมดูแลทุกท่าน ด้วยบริการ Full-Service เพื่อเติมเต็มวันหยุดสั้น ๆ ด้วยประสบการณ์ที่หลากหลายและน่าจดจำ
- บริการห้องรับรองสำหรับผู้โดยสารทุกท่าน
- น้ำหนักโหลดกระเป๋าท่านละ 20 กิโลกรัม
- การเลือกที่นั่งบนเที่ยวบิน
- บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน