Bangkok Airways สรุปให้
- เที่ยวสิงคโปร์ทั้งที ต้องไม่พลาดแลนด์มาร์กยอดนิยมอย่าง เมอร์ไลออนพาร์ค จุดถ่ายรูปกับสัญลักษณ์ประจำประเทศ มารีน่า เบย์ แซนด์ส อาคารสูงที่รวบรวมทั้งโรงแรมระดับโลกพร้อมจุดชมวิวเมือง การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ที่มี Supertree Grove และเรือนกระจกขนาดใหญ่ รวมถึง จูเวิล ชางงี แอร์พอร์ต แหล่งไลฟ์สไตล์ในสนามบินชางงีที่มีไฮไลต์อย่าง Rain Vortex น้ำตกในร่มชื่อดังท่ามกลางพื้นที่สีเขียว
- สำหรับทริปครอบครัว สิงคโปร์มีพิกัดที่ตอบโจทย์การเที่ยวแบบ Edutainment อาทิ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ ที่มีเครื่องเล่นและโซนธีมสำหรับทุกวัย Singapore Oceanarium ที่พาเด็ก ๆ เรียนรู้โลกใต้ทะเลผ่านการชมสัตว์ทะเล และ Singapore Zoo สวนสัตว์ระบบเปิดที่มีกิจกรรมสำหรับเด็กและชมสัตว์ อาทิ จิงโจ้ อุรังอุตัง และม้าแคระฟาลาเบลลาอย่างใกล้ชิด เหมาะกับสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกันทั้งครอบครัว
หากพูดถึงประเทศที่เดินทางง่ายและเที่ยวสนุกได้ทั้งครอบครัว ต้องยกให้สิงคโปร์ เกาะเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยสีสันและประสบการณ์หลากหลายที่รอให้ไปสัมผัส Bangkok Airways รวบรวม 20 สถานที่ท่องเที่ยวสิงคโปร์ยอดฮิต 2569 พร้อมวิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว และข้อมูลที่ควรรู้ก่อนออกเดินทาง ให้เที่ยวได้อย่างสบายและตอบโจทย์สมาชิกทุกวัย
เช็คอินแลนด์มาร์กสิงคโปร์ เก็บภาพมุมไอคอนิกใจกลางเมือง
1. เมอร์ไลออนพาร์ค (Merlion Park)

มาเที่ยวสิงคโปร์ทั้งที ใครไม่ปักหมุดมาถ่ายรูปกับเมอร์ไลออนพาร์ค (Merlion Park) ถือว่าพลาด เพราะเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญ ด้วยรูปปั้น Merlion สูง 8.6 เมตร รูปสิงโตครึ่งปลาที่สะท้อนเรื่องราวของสิงคโปร์ โดยลำตัวปลาสื่อถึงอดีตที่เคยเป็นหมู่บ้านชาวประมง ส่วนหัวสิงโตเชื่อมโยงกับชื่อ “Singapura” หรือเมืองสิงโต นอกจากมุมถ่ายภาพสุดคลาสสิกของเมอร์ไลออนพ่นน้ำแล้ว ยังสามารถเดินเล่นริมมารีน่า เบย์ (Marina Bay) ผ่านระยะทาง 3.5 กิโลเมตร พร้อมชมวิวมารีน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) และเส้นขอบฟ้าของเมือง โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำที่บรรยากาศยิ่งสวยและเต็มไปด้วยสีสัน
2. มารีน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) และ SkyPark Observation Deck

เดินสบาย ๆ จากเมอร์ไลออนพาร์ค (Merlion Park) 1.7 กิโลเมตร จะถึงมารีน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) อีกหนึ่งพิกัดไอคอนิกของสิงคโปร์ที่รวมทั้งโรงแรมระดับโลก แหล่งชอปปิง ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และจุดชมวิว บนอาคาร 3 ทาวเวอร์ที่เชื่อมถึงกันด้วย Sands SkyPark ที่ชั้นดาดฟ้า พร้อมชม การแสดงแสง สี เสียงของ Spectra – A Light & Water Show ท่ามกลางวิวเมืองยามค่ำคืน
ไฮไลต์ของมารีน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) อาทิ
- SkyPark Observation Deck: ชมวิวสิงคโปร์จากความสูง 56 ชั้น พร้อมมุมพาโนรามาที่มองเห็นทั้งการ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay), เอสพลานาด (Esplanade) และแลนด์มาร์ก รอบมารีน่า เบย์
- Rooftop Infinity Pool: สระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool ไฮไลต์บนชั้น 57 ที่มองเห็นวิวเมืองระหว่างว่ายน้ำ พร้อมชมพระอาทิตย์ตก ดื่มด่ำอีกมุมของมารีน่า เบย์ แซนด์ส
- Breakfast Buffet: เลือกมื้อเช้าได้ตามสไตล์ที่ชอบ ทั้ง RISE ที่มีไลน์อาหารหลากหลาย ครบทั้งเมนูท้องถิ่น อาหารอินเดีย และอาหารตะวันตก Adrift กับอาหารฟิวชันที่ผสมผสานสไตล์แคลิฟอร์เนียและเอเชียในบรรยากาศสงบเป็นส่วนตัว และ Spago ร้านของเชฟชื่อดังระดับโลก Wolfgang Puck บนชั้น 57 ที่แบ่งพื้นที่เป็น Dining Room และ Bar & Lounge พร้อมชมวิวมารีน่า เบย์จากมุมสูง
3. พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์ (ArtScience Museum)

จากมารีน่า เบย์ แซนด์ส (Marina Bay Sands) สามารถเดินเชื่อมไปยังพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์ (ArtScience Museum) อาคารสีขาวรูปทรงคล้ายดอกบัวริมอ่าว ที่รวบรวมนิทรรศการศิลปะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เหมาะทั้งสายอาร์ต สายถ่ายรูป และครอบครัวที่อยากเพิ่มกิจกรรมสร้างสรรค์ให้ทริปสิงคโปร์
นิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์ (ArtScience Museum) อาทิ
- teamLab Future World (นิทรรศการถาวร): นิทรรศการ Interactive Art จาก teamLab ที่ให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับผลงานผ่านแสง สี ภาพเคลื่อนไหว และเทคโนโลยี ไฮไลต์คือ Crystal Universe ห้องจัดแสดงที่เต็มไปด้วยแสงระยิบระยับของดวงดาวและจักรวาล
- More than Human (28 พฤศจิกายน 2026-16 พฤษภาคม 2027): นิทรรศการที่ชวนสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ พืช สัตว์ และธรรมชาติ ผ่านงานศิลปะและแนวคิดร่วมสมัยที่สะท้อนว่า ทุกชีวิตเชื่อมโยงและอาศัยการพึ่งพากัน
4. การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay)

สำหรับใครที่อยากเดินชมธรรมชาติแบบล้ำ ๆ ต้องมาที่การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay) อุทยานและสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ริมมารีน่า เบย์ ที่ผสานสถาปัตยกรรมทันสมัยเข้ากับพื้นที่สีเขียว พร้อมเรือนกระจกขนาดใหญ่ ทางเดินลอยฟ้า และโชว์แสง สี เสียง ชวนตื่นตาตื่นใจ
โซนต่าง ๆ ภายในการ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay) อาทิ
- Flower Dome: เรือนกระจกขนาดใหญ่ที่รวบรวมพืชและดอกไม้จากหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะพรรณไม้จากเขตเมดิเตอร์เรเนียนและพื้นที่อากาศเย็น ภายในควบคุมอุณหภูมิให้เย็นสบายตลอดวัน และมีการจัดแสดงดอกไม้หมุนเวียนตามฤดูกาล เช่น ทิวลิป ดาเลีย และดอกไม้ตามเทศกาล
- Cloud Forest: จำลองระบบนิเวศป่าดิบชื้นบนภูเขาสูง ภายในออกแบบภูเขาจำลองสูงประมาณ 35 เมตร ปกคลุมด้วยเฟิร์น กล้วยไม้ และพืชเขตร้อน พร้อมน้ำตกในร่มขนาดใหญ่ และทางเดิน Cloud Walk กับ Treetop Walk ที่สามารถขึ้นไปชมสวนจากมุมสูงท่ามกลางหมอกและอากาศเย็นได้
- Floral Fantasy: พื้นที่จัดแสดงดอกไม้ที่ผสานธรรมชาติ ศิลปะ แสง สี และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน สไตล์โลกแฟนตาซี โดยช่วง 8 มิถุนายน 2026-14 มีนาคม 2027 มีการจัดแสดงธีม Disney และ Pixar ที่นำตัวละครชื่อดังมาถ่ายทอดผ่านงานดอกไม้และประติมากรรม
- Supertree Grove: กลุ่มโครงสร้างรูปทรงต้นไม้ขนาดยักษ์ สูงประมาณ 25-50 เมตร ที่ทำหน้าที่เป็นสวนแนวตั้ง รองรับพืชหลากหลายชนิด รวมถึงบางต้นที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และช่วยจัดการระบบของสวน
- Garden Rhapsody: ช่วงค่ำไม่ควรพลาดการแสดงแสง สี และเสียงที่ Supertree Grove ซึ่งต้นไม้ยักษ์จะถูกประดับไฟและเปลี่ยนสีไปตามจังหวะเพลง
- OCBC Skyway: ทางเดินลอยฟ้าที่เชื่อมระหว่าง Supertree ยาวประมาณ 128 เมตร และสูงจากพื้นราว 22 เมตร สามารถเดินชมการ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์จากมุมสูง พร้อมมองเห็นมารีน่า เบย์ และเส้นขอบฟ้าของสิงคโปร์
- Far East Organization Children’s Garden: โซนสำหรับครอบครัวและเด็กอายุประมาณ 1-12 ปี มีทั้งพื้นที่เล่นน้ำ สนามเด็กเล่น และกิจกรรมปีนป่ายท่ามกลางพื้นที่สีเขียว เหมาะกับบ้านที่พาเด็ก ๆ มาเที่ยวและอยากให้มีพื้นที่ได้วิ่งเล่นระหว่างวัน
5. สิงคโปร์ ฟลายเออร์ (Singapore Flyer)

สิงคโปร์ ฟลายเออร์ (Singapore Flyer) ชิงช้าสวรรค์สำหรับชมเมืองสิงคโปร์แบบ 360 องศาจากความสูง 165 เมตร เทียบเท่าตึกประมาณ 42 ชั้น ภายในเป็นแคปซูลกระจกปรับอากาศ ใช้เวลาหมุนประมาณ 30 นาทีต่อรอบ มองเห็นทั้งมารีน่า เบย์ แซนด์ส การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ และเมอร์ไลออนพาร์ค สำหรับใครอยากเติมความประทับใจ ผ่านมื้ออาหาร สามารถลอง 165 Sky Dining ประสบการณ์ดินเนอร์บนแคปซูลพร้อมชมวิวมารีน่า เบย์และแสงไฟของเมืองยามค่ำคืน เหมาะกับทริปคู่รัก วันครบรอบ วันเกิด และฉลองโอกาสต่าง ๆ
เดินเที่ยวทั่วเมืองสิงค์โปร์ สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมและย่านถ่ายรูปสุดชิค
6. ไชน่าทาวน์ (Chinatown)

ไชน่าทาวน์ (Chinatown Singapore) ย่านเก่าแก่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมจีนเข้ากับความหลากหลาย เดินเที่ยวได้ทั้งวัด ศาลเจ้า ถนนสายเก่า งานสตรีตอาร์ต ไปจนถึงศูนย์อาหารชื่อดัง สามารถใช้เวลาเดินเล่นยาว ๆ จัดเป็นทริปครึ่งวันได้สบาย
ไฮไลต์ของไชน่าทาวน์ (Chinatown Singapore) อาทิ
- Buddha Tooth Relic Temple: วัดพระเขี้ยวแก้วที่ออกแบบสถาปัตยกรรมจีนสมัยราชวงศ์ถัง และเป็นที่ประดิษฐานพระทันตธาตุ ภายในยังมีพิพิธภัณฑ์และพื้นที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา เหมาะกับชมความสวยงามกลางย่านไชน่าทาวน์
- Maxwell Food Centre: ศูนย์อาหารชื่อดังที่รวมร้านฮอว์เกอร์ (Hawker) และเมนูท้องถิ่นไว้มากมาย ตั้งแต่ร้านข้าวมันไก่ชื่อดังระดับ Michelin Bib Gourmand อย่าง Tian Tian Hainanese Chicken Rice รวมถึงร้านโจ๊ก ลักซา และของหวาน เหมาะกับลองชิมอาหารสิงคโปร์สไตล์โลคอลในราคาที่สบายกระเป๋า
- Chinatown Street Market: ถนนชอปปิงที่เต็มไปด้วยร้านค้าของที่ระลึก งานแฮนด์เมด สมุนไพร และของกิน โดยเฉพาะบริเวณ Pagoda Street และ Smith Street ที่ยังคงกลิ่นอายเมืองเก่าและสีสันของย่าน พร้อมมุมสตรีตอาร์ตของศิลปิน Yip Yew Chong ให้เดินตามรอยและถ่ายรูป
- Ann Siang Hill: เนินเขาเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของตึกแถวโบราณ (Shophouses) สีสันสดใส ซึ่งถูกดัดแปลงให้เป็นคาเฟชิค ๆ บาร์ และบูติกโฮเทล บรรยากาศร่มรื่นและมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ ตลอดทาง
7. ย่านกัมโปง กลาม (Kampong Glam) และตรอกฮาจิ (Haji Lane)

อีกหนึ่งย่านที่น่าเดินเที่ยวคือ ย่านกัมโปง กลาม (Kampong Glam) ย่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาหรับ-มลายูที่เก่าแก่และมีเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ ด้วยแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง มัสยิดสุลต่าน (Sultan Mosque) ที่มีโดมสีทอง บริเวณโดยรอบที่ Arab Street ยังรายล้อมไปด้วยตึกแถวโบราณสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านอาหารท้องถิ่นหลากหลายเชื้อชาติ รวมถึงร้านอาหารระดับมิชลินไกด์ ร้านขายพรมทอมือ น้ำหอม และสินค้าสไตล์ตะวันออกกลาง
ในย่านเดียวกันยังมีตรอกฮาจิ (Haji Lane) หรือตรอกฮัจญี ถนนสายเล็ก ๆ ที่เป็นศูนย์รวมความร่วมสมัยสุดฮิป ตลอดทั้งซอยเต็มไปด้วยงานสตรีตอาร์ตสีสันจัดจ้านบนกำแพงตึกแถวโบราณ ซึ่งเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่สายคอนเทนต์ไม่ควรพลาด นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยคาเฟมินิมอล ร้านเสื้อผ้าแฟชันสไตล์วินเทจ งานคราฟต์ ไปจนถึงบาร์และร้านอาหารสไตล์เม็กซิกัน
8. ลิตเติ้ล อินเดีย (Little India)

ย่านลิตเติ้ล อินเดีย (Little India) อีกหนึ่งย่านวัฒนธรรมอินเดียของสิงคโปร์ โดยมีศูนย์กลางอยู่บริเวณถนน Serangoon (เซรังกูน) ย่านนี้เต็มไปด้วยตึกแถวและสิ่งก่อสร้างสีสันสดใส วัดฮินดู มัสยิด ห้างสรรพสินค้า แวะมาลิ้มลองอาหารดั้งเดิม และรับฟังเรื่องราวของชาวอินเดียรุ่นแรก ๆ ในสิงคโปร์
ไฮไลต์ของย่านลิตเติ้ล อินเดีย (Little India) อาทิ
- วัดศรีวิรามกาลีอัมมัน (Sri Veeramakaliamman Temple): วัดฮินดูอันงดงามที่สร้างขึ้นโดยชาวอินเดียรุ่นบุกเบิกซึ่งอาศัยอยู่ในย่าน Serangoon ช่วงศตวรรษที่ 19 เพื่ออุทิศแด่ พระแม่กาลี เทวีในศาสนาฮินดู ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมขอพรเรื่องความปลอดภัยและโชคลาภ
- บ้านตันเต็งเนียะ (Tan Teng Niah House): บ้านสองชั้นที่สร้างขึ้นในปี 1900 โดดเด่นด้วยสีสันสดใสคล้ายสีรุ้งทั่วทั้งอาคาร จนกลายเป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปยอดนิยมของย่าน Little India
- ศูนย์มรดกทางวัฒนธรรมอินเดีย (Indian Heritage Centre): ภายในรวบรวมหอศิลป์และโบราณวัตถุที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนอินเดียในสิงคโปร์ พร้อมนิทรรศการที่ช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของย่านมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Visitor Centre) ซึ่งสามารถแวะสอบถามข้อมูลสำหรับการท่องเที่ยวในบริเวณลิตเติ้ล อินเดียได้อีกด้วย
9. สวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิง (Fort Canning Park)

สำหรับใครที่อยากเก็บภาพสวย ๆ ไปอัปโซเชียล ต้องไม่พลาดสวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิง (Fort Canning Park) พื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองที่รวมธรรมชาติเข้ากับประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ปัจจุบันกลายเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมของสายคอนเทนต์ โดยเฉพาะอุโมงค์ต้นไม้ (Fort Canning Tree Tunnel) ที่มีบันไดวนตามแนวช่องแสงทรงกลม เห็นยอดไม้สีเขียวตัดกับท้องฟ้าจากมุมด้านล่างได้อย่างสวยงาม
10. ย่านกาตง-จูเชียต (Katong-Joo Chiat)

อีกหนึ่งย่านสวยฟีลสโลว์ไลฟ์ที่ไม่ควรพลาดที่ย่านกาตง-จูเชียต (Katong-Joo Chiat) ย่านสุดฮิปที่ผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาวเปอรานากัน มลายู และยูเรเซียนเข้ากับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย ได้คว้ารางวัล URA Architectural Heritage Awards ในปี 1999 ด้านการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอีกด้วย และย่านนี้ยังเป็นสวรรค์ของสายกินและขาชอป ด้วยคาเฟสุดชิค ร้านอาหารชื่อดังอย่าง Katong Laksa และร้านระดับมิชลินบิบกูร์มองด์อย่าง Hjh Maimunah รวมถึงร้านบูติกและงานคราฟต์ที่กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งย่าน

สนุกทั้งครอบครัว จัดเต็มสวนสนุก โลกใต้ทะเล และสัตว์ป่า
11. ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ (Universal Studios Singapore)

สำหรับใครที่พาครอบครัวมาเที่ยวสิงคโปร์ ต้องปักหมุดยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ (Universal Studios Singapore : USS) สวนสนุกธีมภาพยนตร์และการ์ตูนจากค่าย Universal Studios แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนเกาะเซนโตซ่า (Sentosa) และรวบรวมทั้งเครื่องเล่น โชว์ และมุมถ่ายรูปที่ตอบโจทย์ทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงสายชอบความท้าทาย โดยจำลองบรรยากาศจากภาพยนตร์และคาแรกเตอร์ชื่อดัง พร้อมเครื่องเล่นหลากหลายระดับ
ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ (Universal Studios Singapore) ประกอบด้วย 8 โซนหลัก ดังนี้
- โซน Hollywood: จำลองบรรยากาศถนน Hollywood Walk of Fame ให้เดินถ่ายรูปและพบกับตัวละครดัง แวะชอปปิงที่ Universal Studios Store และเติมพลังก่อนลุยเครื่องเล่นด้วยอาหารสไตล์อเมริกันยุค 50s ที่ร้าน Mel’s Drive-In
- โซน Illumination’s Minion Land: โซนใหม่ล่าสุดที่จำลองฉากจากภาพยนตร์ Despicable Me พร้อมเครื่องเล่น 3D Motion Simulator อย่าง Despicable Me Minion Mayhem ที่พาบุกบ้าน Gru ม้าหมุนธีมปาร์ตี้มินเนี่ยน Buggie Boogie และร้านอาหารสุดน่ารักอย่าง Super Hungry Food Stand
- โซน New York: โซนถ่ายรูปสวยที่จำลองอาคารสไตล์มหานครนิวยอร์ก มาพร้อมเครื่องเล่นแบบ Dark Ride ที่เหมาะกับครอบครัวอย่าง Sesame Street Spaghetti Space Chase ซึ่งจะพานั่งยานอวกาศตะลุยไปพร้อมกับตัวละครสุดน่ารัก
- โซน Sci-Fi City: โซนโลกอนาคตสุดล้ำที่รวมเครื่องเล่นระดับท็อป ทั้งรถไฟเหาะรางคู่สูงกว่า 42 เมตร ให้เลือกทั้ง HUMAN รางสีแดงที่เน้นความเร็วและแรงเหวี่ยงแบบไม่มีตีลังกา ส่วน CYLON รางสีน้ำเงินแบบห้อยขาที่จัดเต็มทั้งการหมุนเกลียวและตีลังกา รวมถึงเครื่องเล่น 3D สมจริงอย่าง TRANSFORMERS The Ride: The Ultimate 3D Battle
- โซน Ancient Egypt: ดินแดนอียิปต์โบราณที่มีรูปปั้นเทพอนูบิสขนาดยักษ์ ไฮไลต์คือ Revenge of the Mummy รถไฟเหาะในความมืดความเร็วสูงที่พาตะลุยสุสาน และ Treasure Hunters เครื่องเล่นขับรถจี๊ปสำรวจดินแดนอียิปต์
- โซน The Lost World: ผจญภัยในโลกของไดโนเสาร์จากจูราสสิค พาร์ค กับ Jurassic Park Rapids Adventure เครื่องเล่นล่องแก่งสุดระทึก และ Canopy Flyer รถไฟเหาะห้อยขาที่พาขึ้นไปชมวิวโซน Jurassic Park จากมุมสูง
- โซน Far Far Away: ทะลุมิติสู่อาณาจักรเทพนิยายจากเรื่องเชร็ค แนะนำให้แวะตากแอร์ชม Shrek 4-D Adventure พร้อมเอฟเฟกต์จัดเต็ม นั่งรถไฟเหาะ Puss In Boots’ Giant Journey ที่มีเฉพาะ Universal Studios Singapore และลอง Enchanted Airways รถไฟเหาะไซซ์มินิที่เหมาะกับครอบครัว
- โซน Super Nintendo World (เตรียมเปิดปี 2030): โซนที่ 8 ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาต่อจาก Minion Land เตรียมนำโลกและคาแรกเตอร์จากเกม Nintendo มาสร้างเป็นประสบการณ์ใหม่ภายใน Universal Studios Singapore โดยข้อมูลต้นฉบับระบุว่าคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2030
ข้อควรรู้: สามารถซื้อ Universal Express Pass เพิ่มเพื่อใช้ช่อง Express Line สำหรับเครื่องเล่นและโชว์ที่ร่วมรายการ ช่วยลดเวลารอคิวได้อีกด้วย
12. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Singapore Oceanarium

จากยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ เดินเพียง 290 เมตร จะถึง Singapore Oceanarium (เดิม S.E.A. Aquarium) ที่ได้รับการปรับครั้งใหญ่ในปี 2025 พร้อมขยายพื้นที่กว่าเดิมถึง 3 เท่า และเพิ่มพื้นที่จัดแสดงเป็น 22 โซน พร้อมสัตว์ทะเลกว่า 100,000 ตัวจาก 800 สายพันธุ์ ตั้งแต่สัตว์น้ำที่คุ้นเคยไปจนถึงสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก พร้อมเสริมประสบการณ์ด้วยเทคโนโลยี AR และ VR ที่ช่วยให้การเรียนรู้เรื่องมหาสมุทรและระบบนิเวศทางทะเลสนุกและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ Open Ocean แท็งก์น้ำขนาด 18 ล้านลิตรที่เปิดมุมมองโลกใต้น้ำแบบพาโนรามา พร้อมโชว์ให้อาหารและกิจกรรมดำน้ำสำหรับผู้เริ่มต้นโดยไม่ต้องใช้ใบอนุญาต นอกจากนี้ยังมี Ocean Wonders ซึ่งจัดแสดงแมงกะพรุนพระจันทร์กว่า 5,000 ตัวในตู้ Kreisel Tank ขนาดยักษ์ Deep Ocean Exploration ที่ให้สำรวจเรือดำน้ำจำลองขนาดเท่าจริงจาก Triton Submarines
13. สวนสัตว์สิงคโปร์ (Singapore Zoo)

สำหรับครอบครัวที่อยากพาเด็ก ๆ มารู้จักสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ อย่าลืมแวะสวนสัตว์สิงคโปร์ (Singapore Zoo) สวนสัตว์ระบบเปิดแบบไม่มีกรงที่ออกแบบพื้นที่ให้ใกล้เคียงกับถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ ภายในแบ่งเป็น 12 โซน มีสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ตั้งแต่จิงโจ้และวอลลาบีในโซน Australasia สัตว์เลื้อยคลานกว่า 60 สายพันธุ์ใน RepTopia อุรังอุตังใน Orangutan Island & Boardwalk ไปจนถึงสิงโต เสือชีตาห์ ยีราฟ ม้าลาย และแรดในโซน Wild Africa
นอกจากจะได้เห็นสัตว์อย่างใกล้ชิดแล้ว ยังมี Rainforest KidzWorld โซนสำหรับเด็กที่มีฟาร์มสัตว์เล็กและกิจกรรมป้อนอาหารสัตว์ รวมถึง Breakfast in the Wild ที่ให้รับประทานบุฟเฟต์ท่ามกลางบรรยากาศป่าฝน พร้อมฟังเรื่องราวจากเจ้าหน้าที่และชมสัตว์แบบใกล้ชิด ให้เด็ก ๆ ได้เพลิดเพลินระหว่างเรียนรู้เรื่องธรรมชาติ
14. สวนนกเบิร์ดพาราไดซ์ (Bird Paradise)

สวนนกเบิร์ดพาราไดซ์ (Bird Paradise) สวนนกขนาดใหญ่ระดับเอเชีย ภายในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า Mandai Wildlife Reserve ที่รวบรวมนกกว่า 3,500 ตัวจาก 400 สายพันธุ์ทั่วโลก โดยจำลองกรงตาข่ายขนาดใหญ่ให้ใกล้เคียงถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ เพื่อให้นกสามารถบินได้อย่างอิสระ
จุดที่เป็นภาพจำของสวนแห่งนี้คือ Hong Leong Foundation Crimson Wetlands ฝูงฟลามิงโกท่ามกลางม่านน้ำตกบนผืนป่า รวมถึง Ocean Network Express Penguin Cove ที่จำลองบรรยากาศขั้วโลกให้น้อง ๆ เพนกวินสุดน่ารักได้ว่ายน้ำและเดินเล่นแบบใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Feeding Session ให้ลองป้อนอาหารนก เหมาะกับพาเด็ก ๆ มาเรียนรู้และปลูกฝังความรักธรรมชาติ พร้อมเที่ยวต่อยังสวนสัตว์อื่น ๆ ใน Mandai ได้สะดวก
15. ริเวอร์ วันเดอร์ส (River Wonders)

ริเวอร์ วันเดอร์ส (River Wonders) อีกหนึ่งพิกัดสำหรับครอบครัวใน Mandai Wildlife Reserve และเป็นสวนสัตว์ธีมแม่น้ำแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย ภายในรวบรวมสัตว์บกและสัตว์น้ำกว่า 11,000 ตัวจากประมาณ 260 สายพันธุ์ พร้อมจำลองระบบนิเวศของแม่น้ำสายสำคัญทั่วโลก หากพาเด็ก ๆ แวะมาเที่ยว ต้องห้ามพลาด Pavilion Capital Giant Panda Forest พื้นที่ควบคุมอุณหภูมิที่จำลองสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงบ้านของแพนด้ายักษ์ ไคไค (Kai Kai) และเจียเจีย (Jia Jia) รวมถึงแพนด้าแดง ให้เด็ก ๆ ได้ชมความน่ารักแบบใกล้ชิด
ชอป ชิม ชมวิว และเก็บพิกัดชิล ๆ ที่ห้ามพลาดในสิงค์โปร
16. จูเวิล ชางงี แอร์พอร์ต (Jewel Changi Airport)

จูเวิล ชางงี แอร์พอร์ต (Jewel Changi Airport) ไลฟ์สไตล์มอลล์ขนาดใหญ่กว่า 135,700 ตารางเมตรภายในสนามบินชางงี ซึ่งได้รับรางวัลสนามบินที่ดีที่สุดในโลก ปี 2026 จาก Skytrax World Airport Awards ตัวอาคารล้ำสมัยที่ผสานธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักเดินทาง ทั้งจุดฝากกระเป๋า เคาน์เตอร์เช็คอินล่วงหน้า เลาจ์น และห้องอาบน้ำ ทำให้สามารถแวะเที่ยว ชอปปิง และพักผ่อนก่อนเดินทางต่อได้สะดวก
- Jewel Rain Vortex: น้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 40 เมตร ตั้งอยู่ใจกลาง Jewel Changi Airport ให้ชมสายน้ำท่ามกลางพื้นที่สีเขียวในช่วงกลางวัน และเป็นส่วนหนึ่งของ Light & Music Showcase ในยามค่ำคืน
- Canopy Park & Mastercard Canopy Bridge: พื้นที่พักผ่อนสีเขียวที่เต็มไปด้วยต้นไม้และปาล์มกว่า 1,400 ต้น พร้อมสะพานลอยฟ้าความสูง 23 เมตร และพื้นกระจกบริเวณกลางสะพาน ให้ชม Jewel Rain Vortex และบรรยากาศโดยรอบจากมุมสูง
- Walking Net & Bouncing Net: กิจกรรมบนตาข่ายขนาดใหญ่ โดย Walking Net ให้เดินสัมผัสความท้าทายบนความสูงเหนือพื้นประมาณ 25 เมตร ส่วน Bouncing Net มีความยาวถึง 250 เมตร ให้กระโดดเล่นแบบเพลิน ๆ โดยหายห่วงเรื่องความปลอดภัย
- Hedge Maze & Mirror Maze: อีกหนึ่งกิจกรรมสนุกภายใน Canopy Park ที่มีเขาวงกตให้เลือก 2 รูปแบบ ทั้ง Hedge Maze เขาวงกตด้วยพุ่มไม้สีเขียว และ Mirror Maze เขาวงกตกระจกที่สร้างภาพสะท้อนรอบตัว สร้างความท้าทายในการหาทางออกและเป็นมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่
17. ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road)

สำหรับสายชอป ต้องปักหมุดมาที่ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road) ถนนชอปปิงชื่อดังของสิงคโปร์ตลอดเส้นทางกว่า 2 กิโลเมตร เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านบูติก แบรนด์เนมระดับโลก ไปจนถึงแหล่งแฟชันและไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงง่าย อาทิ ION Orchard ศูนย์รวมแบรนด์ลักซ์ชัวรีและแฟชันระดับไฮเอนด์ รวมถึง 313@Somerset สำหรับสายแฟชันรุ่นใหม่ พร้อมร้านอาหาร คาเฟ และพื้นที่แฮงก์เอาต์ให้พักระหว่างชอป
18. ย่านคลาร์กคีย์ (Clarke Quay)

ย่านคลาร์กคีย์ (Clarke Quay) อีกหนึ่งย่านริมน้ำสุดคึกคักของสิงคโปร์ที่เหมาะกับการมาเที่ยวช่วงเย็นถึงค่ำ โดยกิจกรรมไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือการล่อง Bum Boat (Singapore River Cruise) ชมวิวตึกเก่า ย่านธุรกิจ และแสงสีริมแม่น้ำไปจนถึงบริเวณมารีน่า เบย์ ส่วนสายแอดเวนเจอร์สามารถเพิ่มความตื่นเต้นกับเครื่องเล่น G-Max Reverse Bungy และ GX5 Extreme Swing ริมแม่น้ำ ที่จะพาขึ้นไปสัมผัสความตื่นเต้นบนความสูงประมาณ 50-60 เมตร
19. สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens)

หากอยากได้ภาพสวยท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกแบบสวนในนิยาย ให้มาที่สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens) พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่เหมาะสำหรับเดินเล่น พักผ่อน และเก็บภาพสวย ๆ ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก (UNESCO) ในปี 2015 โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ สวนกล้วยไม้แห่งชาติ (National Orchid Garden) ที่รวบรวมกล้วยไม้เขตร้อนมากกว่า 1,000 สายพันธุ์ไว้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบ เส้นทางเดินธรรมชาติ และมุมปิกนิกที่เหมาะกับการใช้เวลาสบาย ๆ ตลอดทั้งวัน
20. เกาะเซ็นโตซ่า (Sentosa)

นอกจากยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสิงคโปร์ที่เป็นแลนด์มาร์กยอดนิยมแล้ว เกาะเซ็นโตซ่า (Sentosa) ยังมีอีกหลายพิกัดน่าเที่ยวให้สนุกได้หลากหลายสไตล์ ตั้งแต่กิจกรรมแอดเวนเจอร์ ชายหาดบรรยากาศดี ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ที่เที่ยวได้ทั้งครอบครัว สมกับฉายา “เกาะแห่งความสุข” ของสิงคโปร์
ไฮไลต์ของเกาะเซ็นโตซ่า (Sentosa) อาทิ
- สวนสนุกเซ็นโตซ่า 4D แอดเวนเจอร์แลนด์ (Sentosa 4D AdventureLand): สนุกกับประสบการณ์ 4 มิติ ที่ภาพ เสียง ลม น้ำ และการเคลื่อนไหวให้รู้สึกเหมือนจริง พร้อมกิจกรรมหลากหลาย เช่น นั่งรถไฟเหาะเสมือนจริง (Extreme Log Ride) สำรวจเหมืองร้างสุดหลอน (Haunted Mine Ride) และเล่นเกมยิงปืนแบบอินเทอร์แอ็กทิฟ (Desperados)
- ชายหาดปาลาวัน (Palawan Beach): ชายหาดบรรยากาศสบาย ๆ ในธีมโจรสลัดสไตล์แคริบเบียน ด้วยหาดทรายขาว ต้นปาล์ม และสะพานแขวนซึ่งเชื่อมไปยังเกาะเล็กด้านหน้า เหมาะทั้งสำหรับเดินเล่น พักผ่อนริมทะเล และเก็บภาพสวย ๆ
- พิพิธภัณฑ์มาดามทุสโซ สิงคโปร์ (Madame Tussauds Singapore): พิกัดในร่มที่รวมเหล่าคนดังและซูเปอร์สตาร์ระดับโลกในรูปแบบหุ่นขี้ผึ้ง พร้อมโซน Images of Singapore ที่พาชมเรื่องราวของสิงคโปร์มากกว่า 200 ปี
สิงคโปร์เที่ยวได้ทั้งปี เลือกช่วงไหนดีให้ตรงกับแพลน?

สิงคโปร์เป็นประเทศที่สามารถเที่ยวได้สนุกตลอดทั้งปี ด้วยอากาศอบอุ่นและอุณหภูมิในแต่ละช่วงแตกต่างกันไม่มากนัก จึงสามารถวางแผนเที่ยวได้สบาย โดยแต่ละช่วงมีลักษณะอากาศที่แตกต่างกันเล็กน้อย
- ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน: เป็นช่วงที่ฝนตกน้อยกว่าช่วงอื่นของปี เหมาะสำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้ง เดินเที่ยวเมือง เที่ยวสวน และพักผ่อนริมชายหาด ทั้งนี้หากเดินทางตรงกับช่วงตรุษจีน แนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเปิดให้บริการล่วงหน้า เพราะร้านค้าบางแห่งอาจปิดหรือปรับเวลาทำการ
- ช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม: อากาศร้อนชื้นและมีฝนตกสลับกับแดดออก ควรพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้สำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงเป็นช่วงเวลาที่สายชอปไม่ควรพลาด เพราะมีโปรโมชันลดราคาสินค้าทั่วทั้งเมืองอย่าง Great Singapore Sale ในระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม
- ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม: เป็นช่วงที่มีฝนตกชุกมากขึ้น มีฝนตกหนักเป็นบางช่วง แนะนำให้ตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทางและวางแผนสลับเที่ยวสถานที่ในร่มไว้ด้วย โดยช่วงปลายปีเต็มไปด้วยบรรยากาศเฉลิมฉลอง ทั้ง Christmas Wonderland ที่การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ และงานเคานต์ดาวน์ปีใหม่บริเวณมารีน่า เบย์
เที่ยวสิงคโปร์เดินทางสะดวก ด้วย MRT รถบัส และแท็กซี่
1. รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เดินทางรวดเร็วและครอบคลุมย่านสำคัญ

รวดเร็ว ตรงเวลา และเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่ง ผ่าน 6 เส้นทาง รวม 124 สถานี โดยแต่ละสายใช้สีและชื่อสายช่วยให้สังเกตได้ง่าย ดังนี้
- สายสีแดง (North-South Line): เชื่อมพื้นที่ตอนเหนือเข้าสู่ใจกลางเมือง ผ่านย่านสำคัญอย่าง ถนนออร์ชาร์ด และมารีน่า เบย์
- สายสีเขียว (East-West Line): เชื่อมฝั่งตะวันออกและตะวันตกของสิงคโปร์ รวมถึงสามารถต่อไปยังสนามบินชางงีได้สะดวก
- สายสีส้ม (Circle Line): เชื่อมรอบเมืองและตัดกับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT หลายสาย ผ่านจุดสำคัญอย่าง พรอมานาด เอสพลานาด และฮาร์เบอร์ฟรอนต์ โดยปัจจุบันเชื่อมเป็นวงสมบูรณ์แล้วหลังเปิดส่วนต่อขยาย CCL6 ในเดือนกรกฎาคม 2026
- สายสีน้ำเงิน (Downtown Line): ผ่านย่านท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างไชน่าทาวน์ เหมาะสำหรับเที่ยวใจกลางเมืองและย่านวัฒนธรรม
- สายสีม่วง (North East Line): เชื่อมพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่ตัวเมือง ผ่านย่านคลาร์กคีย์ ไปถึงฮาร์เบอร์ฟรอนต์ ซึ่งสามารถต่อไปยังเกาะเซ็นโตซ่าได้
- สายสีน้ำตาล (Thomson-East Coast Line): เชื่อมพื้นที่ตอนเหนือ ใจกลางเมือง และฝั่งตะวันออก ผ่านสถานีสำคัญอย่าง ถนนออร์ชาร์ด, มารีน่า เบย์ และการ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์
เวลาให้บริการ: 05:30-00:00 น. โดยบางเส้นทางอาจให้บริการถึง 01.00 น.
ดาวน์โหลด MRT สิงคโปร์:https://www.lta.gov.sg/content/ltagov/en/getting_around/public_transport/rail_network.html
2. รถบัส เดินทางครอบคลุมและชมวิวเมืองระหว่างทาง
มีเส้นทางครอบคลุมทั่วเมือง เหมาะกับการเดินทางเที่ยวชมเมืองแบบสบาย ๆ สามารถตรวจสอบเวลาการมาถึงของรถโดยสารประจำทางและเส้นทางได้ ผ่านแอปพลิเคชัน SG Bus ทั้งนี้ หากชำระด้วยเงินสดควรเตรียมเงินให้พอดี เนื่องจากไม่มีเงินทอน
เวลาให้บริการ: 06:00-00:00 น. ขึ้นอยู่กับสายของรถบัส
วิธีจ่ายค่าเดินทางด้วย MRT และรถบัส
- บัตรเครดิต-บัตรเดบิต: สามารถใช้บัตร Visa หรือ Mastercard ที่รองรับระบบแตะจ่าย แตะเข้า-ออกรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT และรถบัสได้เลย สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่อยากซื้อบัตรเดินทางเพิ่มเติม
- บัตร EZ-Link: บัตรเติมเงินที่ใช้โดยสาร MRT และรถบัส รวมถึงใช้จ่ายในร้านค้าบางแห่ง เหมาะกับคนที่อยากควบคุมค่าใช้จ่ายและไม่อยากใช้บัตรเครดิตระหว่างเที่ยว
- Singapore Tourist Pass: บัตรเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวแบบเหมาจ่าย 1-3 วัน ใช้โดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT และรถบัสได้ไม่จำกัดเที่ยวตามเงื่อนไข เหมาะกับคนที่วางแผนเดินทางหลายจุดในแต่ละวัน
3. แท็กซี่และแอปฯเรียกรถ เหมาะกับวันที่ต้องการความสะดวก
- แท็กซี่: คิดค่าโดยสารตามมิเตอร์ โดยอาจมีค่าบริการเพิ่มเติมตามช่วงเวลาและพื้นที่
- แอปพลิเคชันเรียกรถ: เช่น Grab, TADA, Ryde และ Zig สามารถระบุจุดรับและจุดหมาย พร้อมดูค่าโดยสารก่อนเดินทาง เหมาะกับช่วงกลางคืน การเดินทางเป็นกลุ่ม และวันที่อยากเดินทางสะดวกสบาย
พร้อมเที่ยวสิงคโปร์ เช็กพาสปอร์ตอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน และกรอก SG Arrival Card
เช็กพาสปอร์ตต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และกรอก SG Arrival Card (SGAC) ภายใน 3 วันก่อนเดินทาง โดยนับรวมวันเดินทางถึงสิงคโปร์ สามารถกรอกได้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านเว็บไซต์ทางการ https://eservices.ica.gov.sg/sgarrivalcard/ และแอปพลิเคชัน MyICA Mobile
เมื่อถึงที่สนามบินสามารถใช้ Automated Lane ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ โดยระบบจะตรวจสอบข้อมูลและยืนยันตัวตนด้วยเทคโนโลยีชีวมิติ (Biometric Technology) เช่น ใบหน้า ม่านตา และลายนิ้วมือ (แล้วแต่กรณี) ให้ขั้นตอนผ่าน ตม. สะดวกและรวดเร็ว
ข้อควรรู้: SG Arrival Card ไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์สำหรับแจ้งข้อมูลการเดินทางก่อนเดินทางเข้าสิงคโปร์
รวมคำถาม-คำตอบเกี่ยวกับการเที่ยวสิงคโปร์
ไปเที่ยวสิงคโปร์ต้องขอวีซ่าหรือไม่?
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ถือพาสปอร์ตไทย ไม่ต้องขอวีซ่า สามารถเที่ยวได้ 30 วัน
เดินทางในสิงคโปร์ด้วยวิธีไหนสะดวกและประหยัดที่สุด?
วิธีเดินทางในสิงคโปร์ที่สะดวกและประหยัดที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว คือ รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT และรถบัส เพราะครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วเมืองและคิดค่าโดยสารตามระยะทาง สามารถชำระค่าโดยสารได้สะดวกด้วยบัตรเครดิต-บัตรเดบิต, EZ-Link และ Singapore Tourist Pass
เที่ยวสิงคโปร์ควรเตรียมงบประมาณประมาณเท่าไหร่?
เที่ยวสิงคโปร์ประมาณ 3-4 วัน ควรเตรียมงบประมาณ 10,000-15,000 บาทต่อคน สำหรับการเที่ยวแบบประหยัด เลือกที่พักราคาไม่สูง ใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT และรถบัสเป็นหลัก ส่วนคนที่อยากพักโรงแรมระดับกลาง รับประทานอาหารหลากหลาย อาจเตรียมงบประมาณ 20,000-30,000 บาทต่อคน โดยยังไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินและค่าใช้จ่ายชอปปิงส่วนตัว
มีกฎหมายหรือข้อห้ามอะไรที่นักท่องเที่ยวควรรู้เมื่อไปสิงคโปร์?
สิงคโปร์มีกฎหมายและกฎระเบียบค่อนข้างเข้มงวด ควรระวังเรื่องการครอบครอง และใช้บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงควรสูบบุหรี่เฉพาะพื้นที่ที่อนุญาตเท่านั้น นอกจากนี้ ห้ามรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มบน MRT ห้ามทิ้งขยะหรือบ้วนน้ำลายในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงควรตรวจสอบของต้องห้ามก่อนเข้าประเทศ เช่น หมากฝรั่งและยาเสพติดบางประเภท เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาระหว่างการเดินทาง
สำรวจเสน่ห์ของสิงคโปร์ทั้งที่เที่ยวและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่นี่
- รวมเทศกาลในสิงคโปร์ จัดเดือนไหน ไปเมื่อไหร่ดี
- ที่เที่ยวสิงคโปร์ คูล ๆ สุดฮิต ไม่ไปแสดงว่ามาไม่ถึงสิงคโปร์!
- เที่ยวสิงคโปร์ 3 วัน 2 คืน แบบจัดเต็ม เช็กอินจุดเด่น ไม่ควรพลาด
เปิดประสบการณ์เที่ยวสิงคโปร์ สนุกได้ทั้งครอบครัว ไปกับ Bangkok Airways

ออกเดินทางไปสัมผัสสีสันของสิงคโปร์ ที่เที่ยวสนุกได้ทั้งครอบครัว ตั้งแต่แลนด์มาร์กระดับโลก ย่านชอปปิงและของอร่อย ไปจนถึงสวนสนุกและกิจกรรมสำหรับทุกวัย เดินทางสู่สิงคโปร์ได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านสายการบินพันธมิตร Codeshare ให้คุณจองเที่ยวบินต่อเนื่องในเส้นทางที่ร่วมให้บริการ พร้อมเช็คอินสัมภาระไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างสะดวกสบาย
- บริการห้องรับรองสำหรับผู้โดยสารทุกท่าน
- น้ำหนักโหลดกระเป๋าท่านละ 20 กิโลกรัม
- การเลือกที่นั่งบนเที่ยวบิน
- บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน