Bangkok Airways สรุปให้
- ซากุระเมืองไทย หรือนางพญาเสือโคร่ง ผลิบานให้ได้ชมและเก็บภาพสวย ๆ เพียงปีละครั้งในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ สามารถพบได้ตามภูเขาสูงทางภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ อย่างที่ดอยแม่ตะมาน ขุนช่างเคี่ยน และดอยอ่างขาง ทั้งนี้ ช่วงเวลาบานอาจแตกต่างกันตามสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่
- ชมซากุระเมืองไทย หรือดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่เชียงใหม่ พร้อมสัมผัสธรรมชาติและกิจกรรมหลากหลาย ทั้งชมวิวดอยหลวงเชียงดาว ลุ้นชมทะเลหมอกและส่องนกที่ดอยแม่ตะมาน ปั่นจักรยานขึ้นดอยสุเทพ-ดอยปุยไปชมดอกไม้ที่ขุนช่างเคี่ยน พร้อมแวะจิบกาแฟอาราบิก้าแท้และสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนม้ง รวมถึงเดินเล่นเก็บภาพกับอุโมงค์ดอกไม้สีชมพู สะพานซากุระ และสวนดอกไม้ที่ขุนวาง
ในหนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวที่จะได้ชมความงามของซากุระเมืองไทยหรือดอกนางพญาเสือโคร่งผลิบานทั่วขุนเขาที่เชียงใหม่ในบรรยากาศสุดโรแมนติก ใครที่กำลังวางแผนแอ่วเหนือรับลมหนาว Bangkok Airways ชวนจดลิสต์ 7 พิกัดชมซากุระเมืองไทย พร้อมกิจกรรมน่าสนใจ ให้ได้ออกไปสัมผัสความงามด้วยตัวเองสักครั้ง
รู้จัก ‘นางพญาเสือโคร่ง’ ซากุระเมืองไทยที่ผลิบานให้ชมเพียงปีละครั้ง

นางพญาเสือโคร่ง (Prunus cerasoides) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ซากุระเมืองไทย” เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบที่พบตามธรรมชาติบนภูเขาสูง โดยเฉพาะทางภาคเหนือของประเทศไทย มีลักษณะเด่นคือดอกขนาดเล็ก 5 กลีบ สีชมพูอ่อนถึงเข้ม และบางต้นมีดอกสีขาว เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ต้นจะผลัดใบและออกดอกบานสะพรั่งตามกิ่งก้านเป็นสีชมพูสวยงาม โดยออกดอกเพียงปีละครั้งในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ แม้จะคล้ายซากุระญี่ปุ่นและอยู่ในสกุล Prunus เช่นเดียวกัน แต่เป็นพรรณไม้ต่างชนิดกัน
ซากุระเมืองไทยกับซากุระญี่ปุ่นต่างกันอย่างไร?
| ลักษณะ | ซากุระเมืองไทย(นางพญาเสือโคร่ง) | ซากุระญี่ปุ่น |
| ลักษณะดอก | ดอกขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 ซม. มี 5 กลีบ | ขนาดและจำนวนกลีบแตกต่างตามสายพันธุ์ เช่น โซเมอิโยชิโนะมี 5 กลีบ ดอกขนาดประมาณ 3-4 ซม. |
| สีดอก | สีชมพูอ่อน สีชมพูเข้ม สีชมพูอมแดง และสีขาว | มีทั้งสีขาว สีชมพูอ่อน และสีชมพูเข้ม ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ |
| แหล่งที่พบ | พื้นที่ภูเขาสูงในไทย เช่น เชียงใหม่ เลย และพิษณุโลก | พบและปลูกในหลายภูมิภาคของญี่ปุ่น เช่น ชูบุ คันโต คันไซ และโทโฮคุ |
| ช่วงออกดอก | เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ในฤดูหนาว | เดือนมีนาคม-เมษายน ในฤดูใบไม้ผลิ แต่แตกต่างตามพื้นที่และสายพันธุ์ |
ซากุระเมืองไทยบานเดือนไหน? แนะนำช่วงเวลาชมที่สวยที่สุด

ดอกนางพญาเสือโคร่งจะเริ่มบานตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ โดยเดือนมกราคมจะเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการชมดอกไม้สีชมพูบานสะพรั่ง ทั้งนี้ ช่วงเวลาบานของแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศและอุณหภูมิในแต่ละปี แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลจากอุทยานแห่งชาติหรือหน่วยงานในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง เพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาที่สวยที่สุด
วิธีเดินทางไปชมซากุระเมืองไทย เชียงใหม่

ออกเดินทางไปชมซากุระเมืองไทย เดินทางจากกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยเที่ยวบินตรงสู่สนามบินเชียงใหม่ โดยสายการบิน Bangkok Airways ที่ให้บริการครบครันแบบ Full-Service ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที พร้อมบริการที่ดูแลตลอดการเดินทาง ทั้งห้องรับรองผู้โดยสาร อาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง พร้อมน้ำหนักสัมภาระโหลดใต้เครื่อง 20 กิโลกรัม ให้คุณเที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่งและเก็บภาพความประทับใจได้เต็มอิ่ม
แนะนำ 7 พิกัดชมซากุระเมืองไทยในจังหวัดเชียงใหม่
1. ดอยแม่ตะมาน

ชมซากุระเมืองไทยท่ามกลางวิวสวยของดอยหลวงเชียงดาวที่ดอยแม่ตะมาน อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรายล้อมด้วยป่าสนและอากาศเย็นสบาย โดยเฉพาะบริเวณลานกางเต็นท์ของสถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ ที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและลุ้นชมทะเลหมอกยามเช้า พร้อมส่องนกนานาชนิด เช่น นกเขียวก้านตองสีส้ม นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ และนกกะรองทองแก้มขาว ส่วนเส้นทางขึ้นดอยมีบางช่วงเป็นถนนลูกรังที่แคบและลาดชัน แนะนำให้ใช้บริการรถรับส่งของคนในพื้นที่ และตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง
2. ดอยอ่างขาง

ตื่นเช้าไปถ่ายภาพซากุระไทยและญี่ปุ่นในสวนดอกไม้เมืองหนาวหลากสีสันที่ดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีสถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นไฮไลต์สำคัญ ซึ่งเป็นโครงการหลวงแห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2512 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีทั้งสวนดอกไม้ ไร่ชา และจุดชมวิวท่ามกลางอากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่ดอกซากุระไทยและญี่ปุ่นทยอยผลิบาน
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดของดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ อาทิ
- สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง: เดินชมสวนดอกไม้เมืองหนาวหลากสีสัน เช่น สวนแปดสิบ สวนสมเด็จ และสวนกุหลาบอังกฤษ พร้อมชมดอกซากุระไทยและญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม
- อุโมงค์นางพญาเสือโคร่ง: เก็บภาพสวย ๆ กับแนวต้นนางพญาเสือโคร่งที่เรียงรายสองฝั่งถนนคล้ายอุโมงค์ดอกไม้สีชมพูในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี
- ไร่ชา 2000: ชมไร่ชาที่ปลูกเรียงตามไหล่เขา จิบชาอุ่น ๆ พร้อมชมวิวภูเขาและสายหมอกยามเช้าในช่วงฤดูหนาว
3. ขุนช่างเคี่ยน

ปั่นจักรยานขึ้นดอยไปชมดอกนางพญาเสือโคร่ง หนึ่งในจุดชมซากุระเมืองไทยยอดนิยมบนเส้นทางดอยสุเทพ-ดอยปุย โดยเฉพาะบริเวณสถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน และโรงเรียนศรีเนห์รู ซึ่งมีดอกนางพญาเสือโคร่งทยอยผลิบานในช่วงปลายเดือนธันวาคม-มกราคม
นอกจากเก็บภาพดอกไม้สวย ๆ แล้ว ให้มาแวะจิบกาแฟอาราบิก้าแท้จากแหล่งปลูกในพื้นที่ ณ ร้านกาแฟของสถานีวิจัยฯ สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนม้ง และลองกิจกรรมฝึกยิงหน้าไม้แบบพื้นบ้านโดยมีชาวบ้านคอยแนะนำ
4. ขุนแม่ยะ

กางเต็นท์ท่ามกลางดอกนางพญาเสือโคร่งที่ขุนแม่ยะ บนแนวเขาระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ในพื้นที่ดูแลของหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ โดยช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ดอกนางพญาเสือโคร่งจะผลิบานทั่วบริเวณ จนได้รับฉายาว่า “ดอยสีชมพู” เหมาะกับเก็บชอตสวย ๆ และเตรียมอาหารมานั่งปิกนิกท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก
5. ขุนวาง

เดินเล่นท่ามกลางซากุระเมืองไทยที่ขุนวาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีจุดชมดอกไม้กระจายอยู่หลายแห่ง ทั้งสวนดอกไม้ของเอกชนและพื้นที่ศูนย์วิจัยฯ แต่ละแห่งมีมุมถ่ายรูปและบรรยากาศที่แตกต่างกัน สามารถแวะเก็บภาพสวย ๆ ได้หลายสไตล์
จุดถ่ายรูปยอดนิยมของขุนวาง จังหวัดเชียงใหม่ อาทิ
- สะพานซากุระ: เก็บภาพบนสะพานไม้ที่โอบล้อมด้วยต้นนางพญาเสือโคร่งสีชมพู อยู่ไม่ไกลจากลานจอดรถ และยังมีลานกางเต็นท์ให้บริการ
- สวนลุงเปา: ชมต้นนางพญาเสือโคร่ง พร้อมโขดหินขนาดใหญ่ที่สามารถนั่งถ่ายรูปกับดอกไม้ได้อย่างใกล้ชิด
- ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง): เดินชมอุโมงค์ดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูและสีขาวที่เรียงรายสองฝั่งถนน โดยเฉพาะบริเวณเนินพบรัก พร้อมแวะชมแปลงดอกไม้และพืชเมืองหนาวภายในศูนย์วิจัยฯ ซึ่งเปิดให้เข้าชมฟรี
6. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์

ชมซากุระเมืองไทยริมทะเลสาบ ณ โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ สามารถนั่งรถต่อจากขุนวางได้ใน 3.5 กิโลเมตร พร้อมเดินชมโรงเรือนกล้วยไม้รองเท้านารีหายากและสวนพรรณไม้หลากหลายชนิด รวมถึงต้นเมเปิลป่า ท่ามกลางบรรยากาศสวยงามเหมือนสวนเมืองหนาวในต่างประเทศ
7. ดอยค้ำฟ้า

เดินป่าชมนกไต่ไม้ใหญ่และป่าสนที่ดอยค้ำฟ้า อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร สู่ยอดดอยสูงประมาณ 1,834 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยมีไฮไลต์เป็นจุดชมวิวสวนหิน ที่มองเห็นดอยหลวงเชียงดาวและพระอาทิตย์ตกยามเย็น พร้อมแวะชมดอกนางพญาเสือโคร่งบริเวณหน่วยจัดการต้นน้ำแม่งายแห่งเก่าในช่วงเดือนมกราคม
ข้อควรรู้: นักท่องเที่ยวควรติดต่ออุทยานแห่งชาติผาแดงล่วงหน้า เพื่อสอบถามขั้นตอนการขออนุญาตเข้าพื้นที่และตรวจสอบสถานะการเปิดเส้นทางก่อนเดินทาง โดยเส้นทางขึ้นดอยค้ำฟ้าจะปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 1 มีนาคม-31 ตุลาคมของทุกปี
จากขุนช่างเคี่ยนถึงขุนวาง เลือกชมซากุระเชียงใหม่ที่ไหนดี?

| สถานที่ | ไฮไลต์ | เหมาะกับใคร |
| ขุนช่างเคี่ยน | – ปั่นจักรยานบนเส้นทางดอยสุเทพ-ดอยปุย – จิบกาแฟอาราบิก้าที่ร้านกาแฟของสถานีวิจัยฯ – สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนม้งและฝึกยิงหน้าไม้ – ชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่สถานีวิจัยฯ และโรงเรียนศรีเนห์รู | อยากชมซากุระใกล้ตัวเมือง และสายแอดเวนเจอร์ที่อยากปั่นจักรยานขึ้นดอย |
| ขุนวาง | – ถ่ายรูปบนสะพานซากุระ – นั่งถ่ายรูปกับดอกไม้ที่สวนลุงเปา – เดินชมอุโมงค์ดอกไม้บริเวณเนินพบรัก | สายคอนเทนต์ที่อยากเก็บภาพหลายโลเคชัน |
| โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ | – ชมดอกนางพญาเสือโคร่งริมทะเลสาบ – เดินชมโรงเรือนกล้วยไม้รองเท้านารี ซึ่งเป็นพืชพันธุ์หายาก | สายชมสวนและถ่ายรูปธรรมชาติ |
| ดอยแม่ตะมาน | – กางเต็นท์ชมวิวดอยหลวงเชียงดาว – ดูดาวยามค่ำคืนและชมพระอาทิตย์ขึ้น – ส่องนกนานาชนิดและลุ้นชมทะเลหมอก | สายแคมปิงที่ชอบวิวภูเขา |
| ดอยอ่างขาง | – ชมซากุระญี่ปุ่นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง – ถ่ายรูปอุโมงค์นางพญาเสือโคร่ง – ชมไร่ชา 2000 และจิบชาอุ่น ๆ รับลมหนาว | สายชมดอกไม้และท่องเที่ยวเชิงเกษตร |
| ขุนแม่ยะ | – กางเต็นท์ท่ามกลางดอกนางพญาเสือโคร่ง – ปิกนิกชมบรรยากาศสุดโรแมนติก – เดินศึกษาธรรมชาติสู่ยอดดอยขุนแม่ยะ | คนที่อยากกางเต็นท์ท่ามกลางซากุระเมืองไทย |
| ดอยค้ำฟ้า | – เดินป่าระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร – ชมนกไต่ไม้ใหญ่และป่าสน – ชมพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวสวนหิน – ชมดงนางพญาเสือโคร่งบริเวณหน่วยจัดการต้นน้ำแม่งายแห่งเก่า | สายเดินป่าและผจญภัย |
รวมคำถามพบบ่อยเกี่ยวกับซากุระเมืองไทย เชียงใหม่
นางพญาเสือโคร่งกับซากุระเหมือนกันไหม?
นางพญาเสือโคร่งกับซากุระไม่เหมือนกัน แต่เป็นพืชในสกุล Prunus เช่นเดียวกัน โดยนางพญาเสือโคร่งหรือที่เรียกว่า ซากุระเมืองไทย มีดอกขนาดเล็ก สีชมพูอ่อนถึงสีชมพูเข้ม บานในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ส่วนซากุระญี่ปุ่นมีหลายชนิดและสายพันธุ์ ดอกมีสีและขนาดแตกต่างกัน โดยจะบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน
ควรไปเที่ยวชมซากุระเชียงใหม่ช่วงเวลาไหนดี?
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการชมซากุระเมืองไทยในเชียงใหม่คือเดือนมกราคม โดยดอกนางพญาเสือโคร่งจะเริ่มบานตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและพื้นที่แต่ละแห่ง แนะนำให้ตรวจสอบสถานะการบานของดอกไม้ก่อนเดินทาง เพื่อให้ได้ชมดอกนางพญาเสือโคร่งในช่วงที่สวยที่สุด
ชมซากุระเมืองไทยที่เชียงใหม่ต้องพักบนดอยไหม?
ชมซากุระเมืองไทยที่เชียงใหม่ไม่จำเป็นต้องพักค้างคืนบนดอย เพราะมีจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่สามารถเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับได้ อย่างที่ขุนช่างเคี่ยนและขุนวาง แต่หากต้องการชมทะเลหมอกยามเช้า และดูดาวยามค่ำคืน ก็สามารถเลือกพักค้างคืนที่จุดกางเต็นท์หรือบ้านพักบนดอย เช่น ดอยแม่ตะมาน และขุนแม่ยะ โดยควรตรวจสอบที่พักและสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง
ตามไปชมเสน่ห์ของเชียงใหม่ นอกจากดอกนางพญาเสือโคร่งเพิ่มเติม ได้ที่นี่
- คู่มือเที่ยวเชียงใหม่ หนีกรุงไปพักใจในจุดหมายยอดฮิต
- รวมวัดเชียงใหม่ แวะไหว้พระ ชมวัดสวย สายบุญไม่ควรพลาด
- คู่มือเที่ยวแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ ชมความโรแมนติกแห่งธรรมชาติ
- ที่เที่ยวดอยเชียงใหม่ สูดอากาศดี ๆ รับพลังบวก ให้ใจฟู
- ที่เที่ยวดอยอินทนนท์ ยอดเขาสูงสุดในไทย เช็คอินทุกจุดไฮไลต์
- เปิดเส้นทางเดินป่าที่ กิ่วแม่ปาน จังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดของไทย
- คู่มือเที่ยวม่อนแจ่ม เชียงใหม่ อัปเดตที่เที่ยว ไฮไลต์ และมุมถ่ายรูปสุดชิค
- คู่มือเที่ยวฉบับสายมูที่พระธาตุดอยสุเทพ วัดคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่
- คู่มือเที่ยววัดพระธาตุดอยคำ ครบทั้งการเดินทาง วิธีไหว้ และจุดห้ามพลาด
- ชวนลิ้มลอง เมนูอาหารเหนือรสเด็ดที่บอกเลยว่า ลำขนาดเจ้า!
สัมผัสความโรแมนติกของซากุระเมืองไทยที่เชียงใหม่ ไปกับ Bangkok Airways

เตรียมกล้องให้พร้อมแล้วออกไปเก็บภาพความสวยงามของซากุระเมืองไทยตามจุดเช็คอินยอดนิยมทั่วเชียงใหม่ ทั้งอุโมงค์ดอกไม้สีชมพู สวนดอกไม้ และวิวภูเขาสุดโรแมนติก พร้อมเดินทางไปสร้างคอนเทนต์และความทรงจำดี ๆ ด้วยเที่ยวบินตรงสู่เชียงใหม่ โดยสายการบิน Bangkok Airways ที่ช่วยให้ทุกทริปเต็มไปด้วยความประทับใจ
พร้อมเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นผ่านสายการบินพันธมิตร Codeshare ให้คุณจองเที่ยวบินต่อเนื่องในเส้นทางที่ร่วมให้บริการ พร้อมเช็คอินสัมภาระไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างสะดวก
- บริการห้องรับรองสำหรับผู้โดยสารทุกท่าน
- น้ำหนักโหลดกระเป๋าท่านละ 20 กิโลกรัม
- การเลือกที่นั่งบนเที่ยวบิน
- บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน