Bangkok Airways สรุปให้
- เสน่ห์แห่งทะเลอันดามัน คือ ทะเลฝั่งตะวันตกของไทยที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ทั้งผาหินปูนกลางทะเล แนวปะการังหลากสี และหมู่เกาะน้อยใหญ่ที่งดงาม ครอบคลุม 6 จังหวัดหลักคือ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง สตูล และระนอง ซึ่งแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่ทะเลใสระดับโลกไปจนถึงชุมชนชายฝั่งที่ยังคงวิถีดั้งเดิมอย่างอบอุ่น
- คนรักทะเลสามารถเลือกเสน่ห์ที่แตกต่างได้ตามสไตล์ อาทิ ภูเก็ตที่มีเกาะเฮ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหาดกล้วย ชายหาดซึ่งติดอันดับ 2 ดีที่สุดในโลกปี 2025 จาก Tripadvisor กระบี่ที่มีหมู่เกาะพีพี ซึ่งมีไฮไลต์อ่าวมาหยาคว้ารางวัลระดับสากลอย่างต่อเนื่อง และพังงาที่มีหมู่เกาะสิมิลัน แหล่งดำน้ำระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำใสและแนวปะการังสมบูรณ์ จะเที่ยวสายชิล สายถ่ายภาพ หรือสายผจญภัย อันดามันก็มีมุมที่ใช่สำหรับทุกสไตล์
ทะเลอันดามัน จุดหมายในฝันของคนรักท้องทะเลทั่วโลก ด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลใส รวมถึงหนึ่งในแหล่งดำน้ำที่นักดำน้ำทั่วโลกใฝ่ฝันจะสัมผัสสักครั้ง Bangkok Airways ชวนเปิดเส้นทาง 20 จุดเช็คอินที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในปี 2569 ครบทุกมิติ ทั้งความงามเหนือผืนน้ำและโลกใต้น้ำสุดประทับใจ
เสน่ห์อันดามัน สวรรค์แห่งท้องทะเลไทยที่ต้องไปสักครั้ง

ทะเลอันดามันตั้งอยู่ฝั่งไหนของประเทศไทย?
ทะเลอันดามันตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทยติดกับมหาสมุทรอินเดีย เป็นผืนน้ำขนาดใหญ่ที่ทอดตัวยาวเลียบชายฝั่งภาคใต้กว่า 1,200 กิโลเมตร เชื่อมต่อแนวชายฝั่งตั้งแต่ประเทศเมียนมา ไทย อินโดนีเซีย ไปจนถึงอินเดีย ครอบคลุมพื้นที่ราว 600,000 ตารางกิโลเมตร และมีจุดที่ลึกที่สุดถึง 4,198 เมตร
เสน่ห์ของอันดามันคือ ใต้ผิวน้ำที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแนวปะการังแข็งและปะการังอ่อนกว่า 200 ชนิด รวมถึงเป็นบ้านของปลาทะเลมากกว่าพันชนิด ทั้งปลาการ์ตูน ฉลามวาฬ เต่าทะเล และพะยูน ความหลากหลายทางชีวภาพเหล่านี้ทำให้ทะเลอันดามันกลายเป็นหนึ่งในแหล่งดำน้ำยอดนิยมของโลก
ทะเลอันดามันมีจังหวัดอะไรบ้าง?
ทะเลอันดามันของไทยประกอบด้วย 6 จังหวัด คือ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง สตูล และระนอง
ภูเก็ต – ไข่มุกแห่งอันดามัน ฟีลดีครบทุกสไตล์
1. เกาะเฮ

เกาะเฮ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Coral Island สวรรค์กลางทะเลอันดามัน เป็นเกาะเล็ก ๆ ขนาดเพียง 1.774 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในตำบลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต บนเกาะประกอบด้วย 2 หาดหลักที่ให้เสน่ห์แตกต่างกัน
- กาฮังบีช (Kahung Beach) ทางฝั่งตะวันออกของเกาะเฮ ที่มีหาดบรรยากาศครึกครื้น เต็มไปด้วยร้านอาหาร และกิจกรรมทางน้ำทั้งพาราเซลลิ่ง ซีวอล์กกิง และบานาน่าโบต
- หาดกล้วย (Banana Beach) ทางฝั่งตะวันตกของเกาะเฮ ซึ่งเป็นไฮไลต์ของเกาะ หาดทรายขาวละเอียดท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการดำน้ำตื้นชมแนวปะการัง และมีโอกาสพบนกแก๊ก ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเกาะแห่งนี้
นอกจากนี้ หาดกล้วยบนเกาะเฮยังได้รับการการันตีระดับโลก โดยติดอันดับชายหาดที่สวยที่สุดในโลก อันดับ 2 จากรางวัล Travelers’ Choice Awards Best of the Best Beaches 2025 โดย Tripadvisor สำหรับใครที่สนใจเช็คอินที่เกาะเฮ สามารถชมเสน่ห์เพิ่มเติมได้ที่ พาเที่ยว หาดกล้วย หาดลับภูเก็ต ชายหาดที่สวยติดอันดับ 2 ของโลก
2. เกาะราชา

สำหรับสายดำน้ำ หากมาเที่ยวทะเลอันดามันต้องไม่พลาด เกาะราชา ตั้งอยู่ทางใต้ของภูเก็ตและเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำยอดนิยมของภูเก็ต โดยแบ่งออกเป็น 2 เกาะหลัก

- เกาะราชาใหญ่: มีความลึกสูงสุดประมาณ 21 เมตร (70 ฟุต) เหมาะกับผู้เริ่มต้นดำน้ำ คลื่นไม่แรง มีฝูงปลาหลากหลายให้ชมตลอดแนว อาทิ ปลาข้างเหลือง ปลาบาราคูด้า และปลาผีเสื้อ ไฮไลต์อยู่ที่บริเวณ Bay 1 ทางตอนเหนือของเกาะจะมีซากเรือจมฮาลูบี้ (Harruby Wreck) ที่ความลึก 20-25 เมตร สำหรับนักดำน้ำสายสำรวจซากเรือ (Wreck Diving)
- เกาะราชาน้อย: มีจุดดำน้ำที่ลึกกว่า 30 เมตร (98 ฟุต) กระแสน้ำแรงกว่า เหมาะกับนักดำน้ำระดับสูงที่ต้องการความท้าทาย และหากโชคดีอาจมีโอกาสพบสัตว์ทะเลหายากในบางฤดูกาล อย่างกระเบนราหู และฉลามวาฬ โดยเฉพาะบริเวณอ่าวราชาน้อย (อ่าวตะวันออก)
3. เกาะไม้ท่อน

เกาะไม้ท่อน หรือที่หลายคนเรียกว่า Honeymoon Island และยกให้เป็นมัลดีฟส์เมืองไทย เป็นเกาะส่วนตัวขนาดเล็กในทะเลอันดามัน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของภูเก็ต ถือเป็นจุดดำน้ำตื้นที่อุดมสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งของภูเก็ต และอาจมีโอกาสได้สัมผัสฝูงปลาโลมาแบบใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-เมษายนของทุกปี
4. เกาะโหลน

สำหรับใครที่เป็นสายโลคอลต้องมาเที่ยวที่เกาะโหลน ตำบลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต เกาะลับที่ซ่อนตัวเงียบ ๆ อยู่ในฝั่งอันดามัน บนพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ ที่นี่มีกิจกรรมแนวชุมชนให้ร่วมเรียนรู้หลากหลาย อาทิ การทำผ้าบาติก การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ และการทำขนมพื้นเมืองอย่างขนมต้นใบมะพร้าว พร้อมโอกาสสัมผัสเสน่ห์แห่งธรรมชาติ ทั้งปู 7 สี สัตว์ทะเลสีสันสดใส นกเงือกที่บินผ่านยอดไม้ รวมถึงน้ำตกโตนไทร น้ำตกขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความเขียวขจี

กระบี่ – เสน่ห์ผาหินปูน หาดสวยระดับโลก
5. หมู่เกาะพีพี

หมู่เกาะพีพี อีกหนึ่งจุดหมายระดับโลกของทะเลอันดามัน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ด้วยผาหินปูนสูงชันโอบล้อมอ่าวทะเลใสสีมรกต โดยหมู่เกาะพีพีประกอบด้วย 2 เกาะหลัก
- เกาะพีพีดอน: เป็นเกาะที่มีชุมชน ร้านอาหาร และที่พักครบครัน บรรยากาศคึกคักแต่ยังคงเสน่ห์ของธรรมชาติ เหมาะทั้งสายพักผ่อนและสายกิจกรรม
- เกาะพีพีเล: เต็มไปด้วยไฮไลต์สำคัญ อาทิ อ่าวมาหยา ลากูนปิเละ และถ้ำไวกิ้ง น้ำทะเลใส รายล้อมด้วยหน้าผาหินปูน เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก
ด้วยความงดงามแห่งธรรมชาติ หมู่เกาะพีพีจึงได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะอ่าวมาหยาบนเกาะพีพีเล ซึ่งคว้าอันดับ 3 ชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ปี 2024 จาก Lonely Planet และอันดับ 5 ชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ปี 2024 จาก Beach Atlas รวมถึงอันดับ 1 ชายหาดที่ถ่ายรูปสวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025 จาก Heepsy ทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 13009:2015 ด้านการบริหารจัดการชายหาดอย่างยั่งยืน
สำหรับใครที่สนใจปักหมุดเที่ยวทะเลอันดามันที่หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ สามารถชมบรรยากาศเพิ่มเติมก่อนออกเดินทางได้ที่ รวมไฮไลต์สุดปังของเกาะพีพี กระบี่ ที่คนรักทะเลต้องไปสักครั้ง!
6. เกาะปอดะ

เกาะปอดะ จังหวัดกระบี่ พิกัดสุด Unseen ใจกลางอันดามันที่มีไฮไลต์น่าสนใจ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ห่างจากอ่าวนางเพียง 8 กิโลเมตร ด้วยชายหาดทรายขาวละเอียดทอดยาว โอบล้อมด้วยน้ำทะเลใส ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ
โดยภูเขาหินมีลักษณะคล้ายใบเรือ ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเกาะ และเมื่อถึงช่วงเวลาน้ำลดจะได้ชมทะเลแหวก ที่สามารถเดินเชื่อมไปยังเกาะไก่ได้ โดยเฉพาะช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม
นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บสิ่งที่ควรรู้ก่อนมาเที่ยวเกาะปอดะเพิ่มเติมได้ที่ เกาะปอดะ สุดยอดทะเลน้ำใส Unseen กระบี่ที่ชีวิตนี้ต้องไปดูให้เห็นกับตา!
7. เกาะลันตา

เกาะลันตา หมู่เกาะขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วย 41 เกาะ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดกระบี่ โดยประกอบด้วย 2 เกาะหลัก คือ เกาะลันตาน้อย ที่ยังคงกลิ่นอายวิถีชุมชนดั้งเดิม และเกาะลันตาใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์จากระบบนิเวศ
โดยไฮไลต์อยู่ที่เกาะรอก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะลันตา ที่ได้รับฉายาราชินีแห่งอันดามัน ด้วยหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส และแนวปะการังสีสันสดใสที่ถือเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำสวยที่สุดของไทย
ส่วนอีกหนึ่งมุมถ่ายภาพที่ไม่ควรพลาดอย่างที่แหลมโตนด บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา บนเกาะลันตาใหญ่ แหลมโค้งเว้าที่ทอดตัวยื่นสู่ทะเล ซึ่งเป็นที่ตั้งของประภาคารปัชโชติวชิราภา ภาพจำที่เป็นเอกลักษณ์ของการมาเที่ยวที่เกาะลันตา
นอกจากนี้ เกาะลันตายังมีที่เที่ยวให้เลือกไปพักกายแบบชิล ๆ อีกมากมาย โดยสามารถเก็บลิสต์เพิ่มเติมได้ที่ ที่เที่ยวเกาะลันตา หนีเมืองวุ่นวาย ไปพักกายสุดชิล
8. เกาะห้อง

สำหรับใครที่อยากชมทะเลอันดามันจากมุมสูง ต้องมาเที่ยวที่เกาะห้องหรือเกาะเหลาบิเละ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จังหวัดกระบี่ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 5 ทะเลแหวกที่สวยที่สุดในประเทศไทย ด้วยผาหินปูนสูงตระหง่านที่โอบล้อมอ่าวไว้รอบด้าน จนเกิดเป็นพื้นที่คล้ายห้องกลางทะเล
ไฮไลต์สำคัญของเกาะห้องคือ จุดชมวิว 360 องศาบนยอดเขา ที่ต้องเดินขึ้นบันไดเหล็ก 419 ขั้น เมื่อถึงด้านบนจะได้เห็นภาพพาโนรามาของหมู่เกาะเรียงรายกลางทะเลอันดามัน และด้านล่างเป็นลากูนเกาะห้อง หาดทรายขาวที่โค้งรับกันเป็นรูปปีกนก สองฝั่งมาบรรจบกันตรงกลาง
พังงา – อ่าวสวย เกาะงาม ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่
9. หมู่เกาะสิมิลัน

อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางในฝันของคนรักการดำน้ำ หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา อยู่ภายใต้การดูแลของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ประกอบด้วยหมู่เกาะทั้งหมด 10 เกาะคือ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมียง เกาะปายู เกาะหัวกะโหลก เกาะสิมิลัน เกาะบอน เกาะบางู และเกาะตาชัย
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่เกาะสิมิลัน ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด โดยทางตอนเหนือของเกาะมีก้อนหินแกรนิตขนาดใหญ่บริเวณอ่าวเกือก และจุดชมวิวหินเรือใบ อันเป็นสัญลักษณ์ของสิมิลัน ที่ใครมาก็ต้องเก็บภาพความประทับใจไว้

ส่วนไฮไลต์สำหรับสายดำน้ำมีให้เลือกมากมายรอบหมู่เกาะสิมิลัน ตามระดับของความชำนาญและสไตล์การดำน้ำ อาทิ
- หินหัวช้าง (Elephant Head Rock): กองหินใต้น้ำขนาดใหญ่บริเวณเกาะสิมิลัน (เกาะแปด) ที่มีกระแสน้ำค่อนข้างแรง และมีโอกาสพบฉลาม เต่าทะเล และกระเบนราหู ในระดับความลึกประมาณ 20-50 เมตร เหมาะกับนักดำน้ำมีประสบการณ์
- อ่าวเกือกม้า (Donald Duck Bay): จุดดำน้ำตื้นยอดนิยมบนเกาะสิมิลัน (เกาะแปด) ที่มีหินเรือใบเป็นสัญลักษณ์เด่นของอุทยานฯ รอบอ่าวเต็มไปด้วยแนวปะการังและฝูงปลาหลากสี รวมถึงมีโอกาสพบเต่าทะเลในบางช่วง เป็นจุดที่เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่และผู้ที่รักการดำน้ำตื้น
- อ่าวนำชัย (The Mooring): แหล่งดำน้ำ Night Dive ยอดนิยมในบริเวณเกาะบางู (เกาะเก้า) ที่มีโอกาสเจอกุ้งผึ้งน้อย (Bubble Bee) และทากทะเลหลากชนิด รวมถึงเต่าทะเล แม้ดำน้ำตื้นก็สามารถเจอได้เช่นกัน
10. หมู่เกาะสุรินทร์

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งอยู่ในอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ประกอบด้วย 5 เกาะหลัก คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี เกาะไข่ และเกาะกลาง จากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและความหนาแน่นของแพลงก์ตอน ทำให้รอบหมู่เกาะรายล้อมไปด้วยความหลากหลาย ทั้งปลาเขตร้อน สัตว์ทะเลนานาชนิด ไปจนถึงแนวปะการังน้ำตื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ไฮไลต์สำคัญของหมู่เกาะสุรินทร์คือ อ่าวช่องขาด จุดตั้งของที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งโอบล้อมด้วยจุดดำน้ำตื้นเหมาะกับการฝึกดำน้ำและยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามด้วย นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถชมชุมชนมอแกนบริเวณอ่าวบอนใหญ่ พร้อมอุดหนุนของแฮนด์เมดที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ เพื่อลดขยะในทะเล โดยที่นี่จะเปิดให้เข้าเที่ยวชมได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 15 พฤษภาคมของทุกปี
11. เกาะยาว

ใจกลางอ่าวพังงา ท่ามกลางทะเลอันดามัน ยังมีโลเคชันระดับฮอลลีวูด ที่เกาะยาว ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 เกาะหลัก ทั้งเกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนมุสลิมที่อบอุ่น เรียบง่าย ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์
โดยไฮไลต์สำคัญของอยู่ที่แหลมหาด บนเกาะยาวใหญ่ ชายหาดสันทรายขาวที่ยื่นโค้งออกสู่ทะเล ติดอันดับ 21 จาก 100 ชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ปี 2566 จาก World Beach Guide และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Mechanic: Resurrection โดยในช่วงน้ำลง 13.00-14.00 น. จะปรากฏสันทรายโค้งยาวกลางทะเล กลายเป็นมุมถ่ายรูปสุดปังที่ใครมาเที่ยวก็ไม่ควรพลาด
ตรัง – ทะเลเงียบสงบ และธรรมชาติสุด Unseen
12. เกาะมุก

เกาะมุก หนึ่งในพิกัด Unseen ของจังหวัดตรัง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เป็นเกาะใหญ่ลำดับที่ 3 ของตรังที่ทางฝั่งตะวันตกเป็นหน้าผาหินสูงตระหง่านหันสู่ทะเล โดยมีไฮไลต์ที่ถ้ำมรกต ที่ต้องลอยตัวผ่านอุโมงค์ยาว 80 เมตร หรือพายเรือคายัคจากหาดฝรั่งเข้าไปได้ เมื่อทะลุผ่านโพรงถ้ำแล้วจะพบหาดทรายขาวล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันและน้ำทะเลสีมรกต โดยช่วงเวลา 10:00-14:00 น. จะเห็นแสงลอดผ่านปากถ้ำสะท้อนผืนน้ำสวยงาม
ส่วนฝั่งตะวันออกของเกาะมุกเป็นที่ตั้งของท่าเรือและหมู่บ้านชาวประมงที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย ทั้งยังมีโอกาสชมพะยูนกินหญ้าทะเลริมชายฝั่ง โดยทางอุทยานฯ จะปิดการท่องเที่ยวเกาะมุกระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายนของทุกปี เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ
13. เกาะกระดาน

สำหรับใครที่อยากเช็คอินแบบชิค ๆ ในทะเลอันดามัน ต้องไม่พลาดเกาะกระดาน ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง จังหวัดตรัง โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม โอบล้อมด้วยแนวชายหาดขาวเกือบรอบเกาะ และเนินที่ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นเขียวขจี จึงได้รับการจัดอันดับชายหาดที่ดีที่สุดในโลก จากเว็บไซต์ World Beach Guide ในปี 2023 และ 2024
ไฮไลต์เด่นของเกาะกระดาน คือ หาดพาราไดซ์ ชายหาดทรายขาวละเอียดทอดยาวกว่า 2 กิโลเมตรทางฝั่งตะวันออก ที่เป็นชายหาดหลัก สามารถดำน้ำชมปะการังได้จากหน้าหาด ทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานวิวาห์ใต้สมุทรของจังหวัดตรังมาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนอีกมุมที่โรแมนติก ต้องที่หาดซันเซ็ต ชายหาดเล็ก ๆ เพียง 100 เมตร ทางทิศตะวันตกของเกาะกระดาน จุดชมพระอาทิตย์ตกที่เงียบสงบและติดอันดับ 1 ใน 10 Best Beaches ปี 2025 จาก Lonely Plane รวมถึงเป็นหนึ่งในโลเคชันภาพยนตร์ดังของ Jurassic World Rebirth อีกด้วย
14. เกาะลิบง

เดินทางจากเกาะกระดานด้วยเรือเฟอร์รี่ประมาณ 30 นาที จะถึงเกาะลิบง เกาะที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรัง เป็นแหล่งหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์และใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งเป็นอาหารหลักของพะยูน ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดชมพะยูนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย โดยเฉพาะบริเวณหอชมวิถีสัตว์น้ำ (หอชมพะยูน) ที่อยู่ปลายสะพานหลีกภัย หรือจุดชมวิวบนยอดเขาบาตูปูเต๊ะ
ทั้งยังมีแหล่งดูนกทะเลหลากหลายชนิด ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ โดยบนเกาะลิบงมี 3 หมู่บ้านคือ บ้านพร้าว บ้านบาตูปูเต๊ะ และบ้านหลังเขา ได้สัมผัสวิถีชุมชนที่ประกอบอาชีพประมง สวนยางพารา และสวนผลไม้ ไว้อย่างมีเสน่ห์เฉพาะตัว

นอกจากการชมพะยูนแล้ว อย่าลืมมาที่สะพานหิน ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล จนมีลักษณะเป็นสะพานหินโค้ง มีช่องว่างด้านล่างที่สามารถมองเห็นทะเลทอดยาวตัดกับท้องฟ้า เป็นอีกจุดเช็คอินยอดนิยมที่ใครมาเที่ยวเกาะลิบงต้องไม่พลาดแวะถ่ายภาพเก็บความประทับใจ โดยต้องเดินผ่านเส้นทางธรรมชาติประมาณ 300 เมตรจากจุดเริ่มต้น
สตูล – น้ำใส หาดสวย ฟีลมัลดีฟส์เมืองไทย
15. เกาะหลีเป๊ะ

ดื่มด่ำทะเลอันดามันสไตล์มัลดีฟส์ในไทยที่เกาะหลีเป๊ะ ไข่มุกแห่งทะเลใต้ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ตำบลเกาะสาหร่าย จังหวัดสตูล เกาะเล็ก ๆ ที่มีเนินสันทรายขาวละเอียด รายล้อมด้วยแนวปะการังและเวิ้งอ่าวสวยงาม เหมาะทั้งพักผ่อน ถ่ายรูป และดำน้ำชมโลกใต้ทะเล โดยบนเกาะมีชายหาดสำคัญ 4 แห่ง ได้แก่
- หาดพัทยา (หาดบันดาหยา): อยู่ทางตอนใต้ของเกาะหลีเป๊ะ เป็นศูนย์กลางความคึกคัก เต็มไปด้วยถนนคนเดิน รีสอร์ต และร้านอาหาร รวมถึงมุมถ่ายภาพสวย ๆ ถือเป็นหาดยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
- หาดซันไรซ์ (หาดชาวเล): อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะหลีเป๊ะ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ใกล้หมู่บ้านชาวเล บรรยากาศเรียบง่าย อบอุ่น ทั้งยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่สวยที่สุดอันดับ 6 ของโลกในปี 2565 โดยสำนักข่าว Daily Star
- หาดคาร์มา: อยู่ทางตอนเหนือของเกาะหลีเป๊ะ เงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อน และสามารถมองเห็นเกาะอาดังได้ชัดเจน
- หาดซันเซ็ต: อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะหลีเป๊ะ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก เหมาะสำหรับปิดท้ายวันด้วยวิวสวย ๆ ริมทะเล
16. เกาะตะรุเตา

เกาะตะรุเตา เป็นเกาะขนาดใหญ่ใจกลางทะเลอันดามัน และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ซึ่งนับเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย และได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโก เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 ให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks and Reserves) สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทั้งป่าเขาและทะเลที่โดดเด่นระดับภูมิภาค
ไฮไลต์สำคัญของเกาะตะรุเตาอยู่ที่อ่าวพันเตมะละกา ชายหาดทอดยาว 1 กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม และยังเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จากบริเวณที่ทำการสามารถเดินเท้าประมาณ 20 นาที ขึ้นไปยังจุดชมวิวผาโต๊ะบู เพื่อชมทิวทัศน์ทะเลอันดามันแบบพาโนรามาได้เต็มตา

เดินทางจากเกาะตะรุเตาประมาณ 40 นาที จะถึงเกาะไข่ เกาะเล็ก ๆ กลางทะเลอันดามันที่มีชื่อเสียงจากซุ้มประตูหินโค้งธรรมชาติ สัญลักษณ์ประจำเกาะ โดยมีความเชื่อว่าหากคู่รักได้มาลอดซุ้มประตูหินแห่งนี้ จะทำให้ความรักสมหวังและยืนยาว จึงกลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับคู่รักที่มาขอแต่งงาน รวมถึงจัดพิธีวิวาห์ท่ามกลางบรรยากาศทะเลและหาดทรายขาวสุดโรแมนติก
17. เกาะราวี

เกาะราวี อีกหนึ่งเกาะสวยในทะเลอันดามันของจังหวัดสตูลที่เงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนแบบส่วนตัว โดยไฮไลต์สำคัญคือการดำน้ำตื้นชมปะการังรอบเกาะ โดยทางฝั่งตะวันตกยังมีแหลมตันหยงบาร์บี้ปลายแหลมของเกาะที่ยื่นออกสู่ทะเล เป็นจุดชมวิวและแหล่งปลาชุกชุม เหมาะทั้งถ่ายภาพและกิจกรรมตกปลา
ระนอง – ทะเลสายชิล ธรรมชาติยังบริสุทธิ์
18. เกาะพยาม

เกาะพยาม จังหวัดระนอง เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ผสานความสวยงามของทะเลอันดามันเข้ากับความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับสายธรรมชาติและคนที่อยากพักผ่อนแบบเรียบง่าย ไฮไลต์ห้ามพลาดคือการพายเรือคายัคลัดเลาะเข้าไปในป่าโกงกาง ชมวิวทะเลสลับผืนป่า สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสระบบนิเวศชายฝั่งอย่างใกล้ชิด
19. หมู่เกาะกำ

มาถึงจังหวัดระนอง แล้วไม่แวะที่หมู่เกาะกำก็เหมือนมาไม่ถึง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน อำเภอกะเปอร์ ประกอบด้วย 5 เกาะคือ เกาะกำตก เกาะญี่ปุ่น เกาะค้างคาว เกาะกำนุ้ย และเกาะกำใหญ่
ไฮไลต์เด่นของหมู่เกาะกำอยู่ที่เกาะกำตก ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแหลมสนที่ 3 และมีอ่าวเขาควาย อ่าวโค้งรูปครึ่งวงกลม หาดทรายขาวยาว 300 เมตร บรรยากาศร่มรื่น พร้อมจุดชมวิวที่เดินขึ้นเขาประมาณ 100 เมตร จะมองเห็นแนวโค้งอ่าวและทะเลอันดามันได้สวยงาม

อีกจุดที่ห้ามพลาด ที่เกาะค้างคาว ทางทิศเหนือของหมู่เกาะกำ ห่างจากหาดบางเบนประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางด้วยเรือ 40 นาที จะเจอหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสไล่เฉดสี เหมาะกับดำน้ำตื้นชมปะการังหลากสีสัน โดยรอบเกาะร่มรื่นด้วยต้นจิกทะเลและหูกวาง
20. เกาะทรายดำ

ชมปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดตื่นตาของทะเลอันดามันที่เกาะทรายดำ ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพยาม ตำบลหงาว จังหวัดระนอง ไฮไลต์คือหาดทรายสีดำ ซึ่งเกิดจากการทับถมของเศษผงเนื้อไม้และอินทรียวัตถุตามธรรมชาติ จนกลายเป็นผืนทรายสีเข้มตัดกับน้ำทะเล
นอกจากความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแล้ว ที่นี่ยังเปิดโอกาสให้สัมผัสวิถีประมงพื้นบ้าน ศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน และอิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสด ๆ จากชุมชนท้องถิ่น ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอิน Unseen ของระนองที่ควรค่าแก่การมาเที่ยว
ช่วงเวลาที่น่าเที่ยวที่สุดสำหรับเที่ยวทะเลอันดามัน

ช่วงเวลาที่น่าเที่ยวทะเลอันดามันที่สุดคือ ช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-เมษายน ซึ่งเป็นฤดูที่ท้องฟ้าแจ่มใส คลื่นลมสงบ เหมาะกับการดำน้ำชมปะการัง เล่นน้ำทะเล หรือออกทริปเกาะต่าง ๆ ได้แบบเต็มอิ่ม
รวมคำถาม-คำตอบเกี่ยวกับการเที่ยวทะเลอันดามัน
ทะเลอันดามันต่างจากอ่าวไทยอย่างไร?
ทะเลอันดามันมีลักษณะน้ำลึก สีฟ้าใส และมีปะการังหลากหลาย โอบล้อมด้วยผาหินปูนสูงชัน เหมาะกับการดำน้ำชมปะการังและชมบรรยากาศเกาะสวย ๆ ส่วนอ่าวไทยมีชายหาดยาวและลาดชันน้อยกว่า น้ำตื้นและคลื่นลมสงบกว่า เหมาะกับการเล่นน้ำและท่องเที่ยวได้เกือบตลอดปี
เที่ยวทะเลอันดามัน ควรเตรียมงบประมาณประมาณเท่าไหร่?
งบเที่ยวทะเลอันดามันขึ้นอยู่กับสไตล์การเดินทาง เช่น สายประหยัดที่เลือกพักโฮสเทลและทริปดำน้ำวันเดียว ประมาณ 1,500-3,000 บาท/วัน แต่หากเป็นระดับกลางที่เลือกโรงแรม 3-4 ดาว พร้อมจองทัวร์เกาะ ประมาณ 3,000-6,000 บาท/วัน เป็นต้น
เที่ยวทะเลอันดามัน ควรใช้เวลาเที่ยวกี่วัน?
แนะนำเที่ยวทะเลอันดามันควรใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน เพื่อให้มีเวลาพักผ่อน เล่นน้ำ และออกทริปดำน้ำหรือเที่ยวเกาะใกล้เคียง ถ้าอยากเที่ยวหลายเกาะหรือเดินทางข้ามเมือง เช่น ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ควรเผื่อเวลา 4-5 วันขึ้นไป
สัมผัสเสน่ห์ของทะเลอันดามันในภูเก็ตและกระบี่เพิ่มเติม ได้ที่นี่
- รวมที่เที่ยวภูเก็ต ทริปเดียวคุ้ม ครบทุกกิจกรรม
- หาดภูเก็ตทะเลสวยที่ต้องไปสัมผัสเองสักครั้ง
- เกาะน่าเที่ยวภูเก็ต ธรรมชาติสวย ทะเลใส
- จุดดำน้ำภูเก็ตยอดนิยม เปิดโลกใต้ทะเลอันดามัน
- เปิดลิสต์สถานที่เที่ยวกระบี่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
- อ่าวมาหยา จุดหมายในฝันของคนรักทะเลอันดามัน
บินไปกับ Bangkok Airways ดื่มด่ำความงามแห่งท้องทะเลอันดามันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ดื่มด่ำความงามของผืนทะเลใส หาดทรายขาว และโลกใต้น้ำอันตระการตาที่ทะเลอันดามัน เดินทางสะดวกด้วยเที่ยวบินตรงสู่ภูเก็ตและกระบี่ โดยสายการบิน Bangkok Airways ที่พร้อมดูแลทุกท่าน ด้วยบริการ Full-Service เพื่อให้ทุกช่วงเวลาของการเดินทางต่อเนื่องสู่ประสบการณ์พักผ่อนที่พิเศษได้เต็มอิ่ม
- บริการห้องรับรองสำหรับผู้โดยสารทุกท่าน
- น้ำหนักโหลดกระเป๋าท่านละ 20 กิโลกรัม
- การเลือกที่นั่งบนเที่ยวบิน
- บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน